Saturday, August 13, 2011


วันนี้เป็นวันเสาร์ที่ 13 สิงหาก่อนวันสารทจีนในวันพรุ่งนี้ วันนี้ลาสโลวเค้าก็ได้พาลูกชายกับหลานไปดูการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีคที่นิวคาสเซิล ผู้คนมากมายได้แห่กันมาดูบอล พอดีลูกศิษย์ของลาสโลวเค้ามีตั๋วฤดูกาลแล้ว 1 ในนั้นไปไม่ได้ก็เลยให้โอกาสกับหลานชายลาสโลว แล้วก็ซื้อตั๋วเพิ่มอีกใบนึงให้ลูกชายเค้าเข้าไปดูด้วย ส่วนเรากับลาสโลวก็ไปนั่งรอกินไอติมกับข้าวโพดคั่วอยู่บนห้างสรรพสินค้าฆ่าเวลา
ผู้คนมากมายหลากหลายตกเป็นทาสของฟุตบอล อินกันอย่างมาก ฟุตบอลที่อังกฤษคือพระเจ้า ทีม 2 ทีม คนเชียร์ทั้งสองทีมมากมาย ต่อสู้กันแย่งกันยิงประตู มันก็เป็นการค้าที่มีเงินไหลเข้าออกอย่างมหาศาล นักบอลคนนึงค่าตัวเงินเดือนมากกว่าคนทำงานประจำเป็นสิบเท่า แต่ก็อีกนั่นแหละคนเหล่านี้ก็ต้องทุ่มเทซ้อม
ในสายตาเรามันก็คือการแสดงอย่างหนึ่งนั่นแหละ นักแสดงคือนักฟุตบอล แล้วก็มีคนดูติดตาม แทงพนันกัน มันไม่ได้เป็นกีฬาเพื่อกีฬา แต่เป็นกีฬาเพื่อธุรกิจที่กำไรอย่างมหาศาลบนกามตัณหาของผู้คลั่งไคล้ ทั้งตั๋วบอล เสื้อยืด สินค้าต่างๆ ที่คนคิดว่าถ้าใส่แล้วหรือมีแล้วจะมีส่วนร่วมกับการเป็นกับสิ่งนั้น ภวตัณหานั่นเอง
บนโลกนี้ล้วนเต็มไปด้วยกิเลสต่างๆ ซี่งสามารถเห็นได้เด่นชัด หรือแฝงตัวมาอย่างที่เราไม่สามารถหาตัวจับได้ คนเก่งๆหน่อย กิเลสก็เก่งตาม ส่วนคนมืออ่อน แค่กิเลสอย่างหยาบนั้นก็เอาอยู่ อย่างพวกฝรั่งนี้ กิเลสอย่างหยาบสามารถจับคนเหล่านี้ได้อยู่หมัด สังเกตจากการซื้อข้าวของ ทิ้งข้าวของ เค้าซื้อของกันใหม่ อัพเดทกันต้องทันสมัยกันอย่างรวดเร็ว ส่วนทางโฆษณายั่วกิเลส แค่ง่ายๆ ก็สามารถทำให้คนซื้อข้าวซื้อของกันได้แล้ว ส่วนของเราก็ยังไม่เก่ง วันนี้เข้าไปดูบ้านข้างที่ติดกับพี่ตุ้มวางขายอยู่บนตลาด ก็อยากซื้อ เกิดกามตัณหา เพราะต้องการความมั่นคง เป็นภวตัณหา แต่ไม่อยากเป็นหนี้ เป็นวิภวตัณหา นี่เห็นไหม กิเลสทั้งสิ้น พออยากได้ก็พยายามหาเหตุผลต่างๆนานามาเป็นข้ออ้างว่ามันดีอย่างนั้นดีอย่างนี้ แต่อีกนัยหนึ่ง เรายังเป็นมนุษย์ที่ต้องอาศัยปัจจัยสี่ในการดำรงชีพ นี่ก็เป็นอาชีพอีกหนึ่งอาชีพที่ไม่ได้เบียดเบียนใครไม่ใช่เหรอ แต่มันก็ยังมาจากพี้นฐานของความอยากอยู่นั่นเอง
เอาเป็นว่ายังไงก็หนีไม่พ้น ต้องมีสติเข้มแข็ง แล้วก็หมั่นสร้างบุญทุกบุญที่มีโอกาส ถ้าหากมันจะเป็นของเรามันก็ต้องเป็นของเราวันยังค่ำ ช่วงนี้ของขายไม่ค่อยออก ไม่รู้ว่าเพราะอะไร หรือต้องโฆษณาอีก เพราะตอนนี้งบมันค่อนข้างจำกัดจำเขี่ย เมื่อวันก่อนก็ตัดสินใจทำเว็ปใหม่ แต่ตอนนี้ใช้มืออาชีพทำ เพราะมันเกินศักย์ภาพของเราแล้วที่จะทำเอง เทคโนโลยีมันก้าวกระโดด ถ้าเราจะงมทำเองกว่าจะได้เค้าก็ไปกันไหนต่อไหนแล้ว อย่างนี้มันก็ต้องเสียงลงทุนกัน ก็ลองดู ถ้าซอลท์ไปป์ยังอยากจะให้เราทำอาชีพนี้ต่อและร่วมบุญกันต่อไปเทพเทวดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็ต้องช่วยลูกด้วยนะเจ้าคะ ก็ยังอยากทำต่อไป แต่พอยอดขายมันตกมันก็อดหดหู่ไม่ได้ ก็รู้ว่าหดหู่ จำคำหลวงปู่พุทธอิสระได้ว่ายอดขายตก อย่าให้จิตตก เดี๋ยวมันก็ดีเอง ต้องมั่นใจในความดีของเรา อย่าหวั่นไหวแม้มีอุปสรรค เพราะอุปสรรคเท่านั้นที่จะทำให้เกิดความเจริญ อ้าวเขียนไปเขียนมาไหงมาจบลงที่การค้าได้หละเนี่ย เอารูปสวยๆถ่ายจาก Angle of the North ไปดูกันแล้วกัน

No comments: