ข้าพเจ้าก็ถือว่าเป็นผู้โชคดีที่เป็นคนไทยธรรมดาคนหนึ่งที่ได้มีโอกาสเข้าไปในพระราชวังบัคกิ้งแฮมนี้ในฐานะผู้ร่วมงาน ไม่ใช่นักท่องเที่ยวทั่วไป นับว่าเป็นโอกาสอย่างดีในชีวิตอีกหนึ่งครั้งที่ได้มีประสบการณ์อันมีเกียรติอย่างนี้ การเข้าวังในวันนั้นก็วุ่นวายพอสมควร ทั้งเสื่อผ้าหน้าผม เดชะบุญที่เคยได้ตัดชุดไทยประยุกต์เป็นผ้าไหมไทยเลื่อม สีเขียวทองไว้ ไม่เคยมีโอกาสได้ใส่เลยในชีวิตก็มาได้ใส่ในงานนี้นี่แหละ ก็ถือได้ว่าเป็นตัวแทนคนไทย โชว์เอกลักษณ์ความเป็นไทย เสื่อผ้าไทย โดยเฉพาะความสวยงามของการถักทอผ้า พูดถึงชุดก็คิดว่าน่าจะดูสวยงามเป็นเอกลักษณ์มากกว่าคนทั่วไปที่ใส่ชุดแบบสากล ตอนแรกก็ยังลังเลเพราะกลัวอลังการเกินเหตุ แต่ได้มีพี่ๆให้การสนับสนุนว่าเราควรจะภูมิใจในชุดของเราชาวไทย แล้วก็ยังได้กลัดเข็มกลัดพระราชทานที่มาม๊าให้มาเข้าไปในวังด้วย
ภายในพระราชวังนั้น ห้ามถ่ายรูปเพราะเต็มไปด้วยรูปวาด เฟอร์นิเจอร์งดงาม แต่ตรงสวนถ่ายได้ไม่มีปัญหา เมื่อได้เข้าไปในวังแล้วก็คนเยอะมาก ทางพระราชวังก็จัดเตรียมของว่างให้แขกได้กินกันอย่างเอร็ดอร่อย หลังจากนั้นตอน 4.00 พระราชินีกับพระสวามี ก็เสด็จจากตัวตึกของพระราชวังมายังเต๊นท์ของว่าง ซึ่งเป็นระยะทางค่อนข้างไกล ระหว่างทางท่านก็ได้มีปฏิสันถารกับคนในงาน ข้าพเจ้าไม่รู้เท่าทันเลยได้ยืนอยู่แค่แถวหน้าเต๊นท์ แต่ก็ได้เห็นพระองค์ท่านในระยะไม่ใกล้ไม่ไกล พระองค์ท่านทรงแข็งแรงมาก เพราะตลอดเวลาจาก 4 โมงถึง 5 โมงกว่าท่านไม่ได้นั่งเลยแม้แต่นิดเดียว และท่านก็ไม่ได้หยุดทักทายอาคันตุกะของท่านอยู่ตลอดเวลา ท่านและพระสวามีก็พระชนมพรรษามาก พระราชินีท่านพระชนมายุ 87 พรรษา และพระสวามีท่านพระชนมายุ 91 พรรษา ณวันที่ได้เข้าเฝ้า แต่ท่านอายุ 92 ในอีกสองวัน และหลังจากงานนี้ พระสวามีของพระราชินี ดุ๊คออฟเอดินเบอร์ค ท่านก็ได้เข้าผ่าตัดทันที ก็รู้สึกซาบซึ้งถึงความใจดีของพระองค์ท่านเพราะท่านดูเป็นกันเองกับทุกๆคนมาก และท่านดูธรรมดา ธรรมดา ไม่ต้องพิธีรีตรองมากมาย และเจ้าหน้าที่ในพระราชวังทุกคนก็เป็นกันเองกับแขกทุกท่าน ไม่ได้ถือตัวถือตนเลย ก็เป็นความประทับใจเป็นอย่างมาก
ก็นับว่าเป็นโอกาสดีของชีวิตที่ได้มีโอกาสนี้ ก็ต้องขอขอบคุณลาสโลว ที่ทำงานหนักและได้รับโอกาสนี้ และอนุญาตให้ติดตามไปด้วย


