Wednesday, February 13, 2013

วันแห่งความรัก (รักมันอะไรกันแน่)


วันที่ 14 กุมภาพันธ์ คนทั่วไปถือว่าวันนี้เป็นวันแห่งความรัก ตามร้านทั่วไปก่อนหน้าวันนี้ก็จะมีดอกไม้สีแดง การ์ดนานาสารพัดแบบที่จะเป็นสื่อแห่งความรัก ความรักคืออะไร นั้นก็บอกกันไม่ได้ขึ้นๆแต่นิยามของแต่ละคน ความรักเป็นความรู้สึก รู้สึกอะไรในทางโลกก็จะรู้สึกว่าคนสองคนมีความผูกพันซึ่งกันและกัน เรารักเฉพาะคนที่เราเลือกอยากรัก ยังเป็นรักแบบเจาะจง เมื่อพูดถึงความรักประเภทนี้ก็มีประสบการณ์มาแชร์ ก็น่าจะเป็นหัวข้อในเรื่องเดียวกัน พอดีวันนี้ต้องมาขึ้นโรงขึ้นศาลไม่ใช่ว่ามีคดีหรือแต่อย่างไร แต่มาเป็นล่ามแปลให้กับคนไทยที่เมืองนอทติ้งแฮม ก่อนจะมาก็ไม่รู้หรอกว่าเป็นเรื่องอะไรแต่รู้เพียงแค่ว่ามาแปลให้ฝ่ายจำเลย คดีนี้เป็นคดีที่ขึ้นศาลอาญามีอยู่ว่าน้องหญิงคนนี้ได้ถูกกล่าวหาในข้อหาว่าทำร้ายร่างกายฝ่ายชายไม่ทราบว่าเป็นสามีหรือไม่ โดยการเอามีดไปปาดโดนมือฝ่ายชายเป็นรอยที่อุ้งมือ และอีกข้อหาคือการกักขังบริเวณฝ่ายชาย ซึ่งทางน้องหญิงคนนี้ก็โดนตำรวจจับเข้าคุกมาเป็นเวลา 12 อาทิตย์ในข้อหาทำร้ายร่างกาย และเธอมาขึ้นศาลในวันนี้ก็เพื่อยอมรับผิดในข้อหาทำร้ายร่างกายฝ่ายชาย มาเข้าเรื่องว่าทำไมมันจะโยงมาถึงเรืื่องความรักได้ โปรดติดตามกันต่อไป

พอดีข้าพเจ้าได้มีโอกาสพูดคุยกับนัองหญิงคนนี้ว่าเหตุมันเกิดได้อย่างไร เพราะนี่มันก็ไม่ใช่ครั้งแรกเพราะทางฝ่ายทนายได้บอกว่าก่อนหน้านี้ก็ได้มีการทะเลาะวิวาทกันโดยฝ่ายหญิงได้แทงฝ่ายชายที่ไหล่แต่ผลปรากกฏ ณ ขณะนั้นฝ่ายชายก็ล่อเอาฝ่ายหญิงซะน่วมถึงกับขั้นกรามหักกันเลยทีเดียว ได้เห็นรูปถ่ายที่ทางทนายให้ดูแล้วก็สยองเพราะเล่นเอาจำหน้ากันแทบไม่ได้เลยทีเดียวเชียว น้องหญิงคนนี้เค้าก็บอกว่าสาเหตุของการทะเลาะวิวาทกันนั้นสืบเนื่องมาจากความหึงหวง เพราะฝ่ายชายหึงหวงฝ่ายหญิงกลัวว่าจะมีกิ๊กใหม่ส่วนฝ่ายหญิงก็หึงหวงฝ่ายชายในทำนองเดียวกัน ก็เลยทะเลาะกันจนถึงขั้นลงไม้ลงมือ

ถึงแม้ว่าเหตุการณ์เหล่านี้ก็ได้เกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้งแต่น้องหญิงคนนี้เค้าก็สารภาพว่าก็รักฝ่ายชาย แต่ก็บางทีก็ประชดฝ่ายชายทำทีว่ามีเพื่อนชายใหม่ๆ มาสนใจ(แบบเรียกร้องความสนใจ)เพราะฝ่ายชายก็หน้าตาดีมีสาวๆมาเหล่บ่อย ในขณะที่อยู่ที่ศาลน้องหญิงก็ได้ติดต่อกับฝ่ายชายทั้งๆที่ศาลสั่งห้ามก่อนหน้านี้ ก่อนหน้าที่จะเข้าห้องตัดสินทนายก็ให้คำปรึกษาว่าฝ่ายหญิงควรจะยอมรับผิดทำร้ายร่างกายฝ่ายชายจริงแต่ถ้าหากไม่ยอมรับผิดและขอฟ้องร้องดำเนินคดีต่อเรื่องก็จะยืดเยื้อต่อไปและเหตุการณ์ที่มีดเสียบไหล่และกรามหักนั้นก็จะถูกนำมาดำเนินคดีซึ่งทางทนายเห็นแล้วว่าทางฝ่ายหญิงอาจจะเสียเปรียบและหากเมื่อศาลมีการตัดสินว่าทำผิดจริงเพราะเธอจะถูกมองจากผู้พิพากษาว่าเป็นมือมีดไปเสียแล้ว เพราะเอะอะอะไรก็มีมีดมาเกียวข้องก็จะได้รับโทษหนักซึ่งทางทนายได้ชี้แจงข้อดีข้อเสียนี้ให้ฟัง น้องหญิงนางนี้ก็เลยยอมรับผิดแต่โดยดีและศาลตัดสินจำคุก 18 อาทิตย์ แต่เนื่องจากว่ายอมรับผิด ก็ลดหย่อนโทษให้เหลือแค่จำคก 12 อาทิตย์ และเนื่องจากเป็นการกระทำความผิดครั้งแรก ก็ลดหย่อนโทษให้เหลือเพียงแค่ 11 อาทิตย์ เนื่องจากว่าน้องหญิงนางนี้ได้ถูกจำคุกมาแล้วเป็นเวลา 12 อาทิตย์ก็เลยถือว่าได้รับโทษไปแล้วล่วงหน้า วันนี้ก็เลยถูกปล่อยตัวกลับบ้านได้และการฟ้องร้องดำเนินคดีก็ถูกทำให้เสร็จสิ้นลง เป็นอันว่าจบคดีความกันไป

ก่อนที่น้องหญิงนางนี้จะถูกปล่อยกลับบ้านก็้ได้มีโอกาสคุยกัน ระหว่างทางที่เดินมาหาน้องหญิงคนนี้ในคุกข้างล่างในศาล(น้องเค้าเข้าคุก ศาลตัดสินว่าออกจากคุกได้ก็ต้องกลับเข้าไปเพื่อทำการออกอย่างเป็นทางการ) กับทนายก็ได้ยินเค้าคุยเดากันว่าน้องหญิงนางนี้จะกลับไปอยู่กับกระทาชายฝ่ายฟ้องร้องหรือไม่ ข้าพเจ้าก็รู้อยู่เต็มอกว่ามันคงเป็นสิ่งแน่นอนเพราะหล่อนเพิ่งไปหาเค้าเมื่อวานนี้นี่เอง ทางทนายก็มาคุยกับเธอผู้นี้และบอกว่าคดีได้จบสิ้นแล้ว แล้วทางทนายก็บอกว่าหากหล่อนจะกลับไปรื้อฟื้นความสัมพันธ์กับกระทาชายหนุ่มนี้มันก็เป็นเรื่องของเธอ ก็ต้องระมัดระวังเพราะในมุมของเค้ามันเป็นความสัมพันธ์ที่แย่มาก แต่หากน้องหญิงเลือกทางเดินที่จะกลับสืบสานความสัมพันธ์กับเค้าต่อ ทนายก็เตือนว่าอย่าให้มีเรื่องแบบนี้เกิิดขึ้นอีกเพราะเธอได้มีประวัติและได้ยอมรับผิดว่าได้ทำร้ายร่างกายฝ่ายชาย หากเกิดเรื่องแบบเดิมๆอีก คราวนี้จะไม่รอดเเหมือนคราวนี้แน่

เมื่อระหว่างรอปล่อยต้วก็เลยถามน้องหญิงว่าจะกลับไปสืบสานความสัมพันธ์กันต่อไม๊ หล่อนก็ตอบว่าคงสานสัมพันธ์กันต่อเพราะรักฝ่ายชาย และฝ่ายชายก็รักเธอ ก็มาถึงประเด็นที่ว่าถ้ารักกันทำไมถึงสามารถทำร้ายทำลายกันได้ปานนี้ พอดีได้นึกถึงประโยคที่พระอาจารย์ภาสกรได้เคยพูดว่า เจ้ากรรมนายเวรนั้นมาจากคนที่เราเคยรักทั้งสิ้น ก็เพราะรักจึงยึด ยึดจึงอยาก อยากเก็บเธอไว้คนเดียว อยากให้เธอเป็นอย่างที่ฉันอยากให้เป็น พอไม่ได้ดังใจก็เริ่มเกลียด ไรือไากฝ่ายใดฝ่ายหนึงเปลี่ยนใจก็จากรักก็กลายเป็นเกลียด จากเกลียดก็กลายเป็นแค้นผูกอาฆาตพยาบาทจองเวรกันบางทีถึงขั้นข้ามภพข้ามชาติกันเลยทีเดียว ความรักทางโลกนั้นช่างอันตรายเพราะเป็นความรักที่หวังผล เช่นเรารักเขา ก็อยากให้เขารักตอบ ให้ความรักกันไปเต็มที่เมืื่ออีกฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเปลี่ยนใจก็สามารถเปลี่ยนจากสุดที่รักเป็นสุดที่แค้นกันถึงกับฆ่าแกงกันถึงชีวิตกันเลยเลยก็ว่าได้ ก็เลยอบรมไปว่าเมื่อเรารู้สาเหตุของปัญหาก็พยายามปรับปรุงเปลี่ยนแปลงการกระทำของเราให้มันดี ไม่ต้องไปประชดยั่วยวนให้เค้ามาโมโหว่าเราไปมีกิ๊ก เพราะถ้าเราไม่ทำแบบนั้นปัญหาแบบนี้ก็จะไม่เกิิด แล้วก็ให้มีสติยับยั้งควบคุมอารมณ์โกรธ อย่าเล่นมีดหรือของมีคมอีก เราต้องเปลี่ยนแปลงตัวเราเอง และก็ให้หนังสือสวดมนต์ตามแบบหลวงพ่อจรัญไป 1เล่มและบอกให้หมั่นสวดเป็นประจำ

พอมาถึงตรงนี้ก็ทำให้นึกถึงคดีที่โด่งดังในประเทศไทยเมื่อเกือบสิบปีที่ผ่านมาคดีแจ้งเกิดของคุณหญิงอาจารย์หมอพรทิพย์ นั่นก็คดีฆ่าหั่นศพนักศึกษาแพทย์สาวเจนจิรา โดยเพื่อนชายนักศึกษาหนุ่มนายเสริม สาครราษฏร์ ทำไมคดีนี้จึงประทับจิตประทับใจข้าพเจ้าเป็นอย่างมาก ก็เพราะนายเสริมนี้เคยเป็นรุ่นน้องที่ชมรมฟันดาบที่ข้าพเจ้าเป็นนักกีฬารุ่นพี่ของนายเสริมนี้ ตอนที่อยู่อเมริกาเพื่อนได้ส่งข่าวมาบอกก็แทบไม่อยากจะเชื่อเลย เพราะในสายตาของข้าพเจ้าน้องคนนี้เป็นเด็กดีสุภาพเรียบร้อย ตอนเรียนอยู่วิศวะ และแอบชอบรุ่นน้องของข้าพเจ้าอีกคนหนึ่งแต่ฝ่ายหญิงไม่ใส่ใจและความสัมพันธ์มันก็เลยไม่สานต่อ กลับเข้าเรื่องนายเสริมน่าจะเอกจากวิศวะมอสอบเรียนหมอและเป็นแฟนกับนางสาวจันจิรา แต่เมื่อเวลาผ่านไปความรักที่ทางฝ่ายหญิงมีต่อฝ่ายชายก็ได้จืดจางและได้ไปเริ่มความสัมพันธ์ใหม่กับชายหนุ่มนักศึกษาแพทย์ือีกคนหนึ่ง ฝ่ายหญิงก็ขอเลิกลาจากฝ่ายชาย ฝ่ายชายก็ได้นัดหมายมาเจอกันที่ที่จอดรถห้างแห่งหนึ่งแล้วเอาปืนขู่ไปที่โรงแรมแล้วก็จัดการสังหารซะเลย

เมื่อความรักกลายเป็นความแค้น และขาดสติถึงกับปลิดชีวิตหญิงอันเป็นที่รัก เมื่อได้สติก็คงตกใจและพยายามที่จะหาวิธีอำพรางความผิด หรืออาจจะคิดวางแผนมาล่วงหน้ามาแล้วเป็นอย่างดี ว่า ถ้าเธอไม่เป็นของฉัน ก็อย่าไปเป็นของใครเลย แต่วิธีของน้องเสริมออกจะโหดผิิดมนุษย์มนาไปไม่หน่อยเลย น้องเสริมคนนี้เค้าก็เลยทำการแยกส่วนน้องเจนจิราไม่รู้ว่าได้ใช้วิชาที่ร่ำเรียนมาหรือเปล่า โดยการตัดคอ แล้วก็แล่เนื้อของสาวอันเป็นที่เคยรักกดลงทิ้งชักโครกไปทีละชิ้น และตอนหลังทางพ่อแม่ของน้องเจนจิราได้มาฟ้องตำรวจว่าลูกสาวหายไปก็เลยมีการสืบคดีกัน แล้วมีคนพบกะโหลกศีรษะของน้องเจนจิราที่แม่น้ำบางปะกง แล้วก็พบหลักฐานดีเอนเอของน้องเค้าในถังส้วมของโรงแรม ตอนหลังนายเสริมโดนตำรวจจับได้และ ณ บัดนั้นก็ได้ใช้เรือนจำเป็นบ้านอยู่เป็นเวลา 8 ปี เพิ่งถูกปล่อยตัวออกมาไม่นานมานี้ (สนใจคดีนี้ก็ลองกดหาอากู๋เกิ้ลดู)

จะเห็นได้ว่าความรักทางโลกนั้นนำมาซึ่งทุกข์เพราะเป็นความรักที่ต้องการเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ แล้วความรักจริงๆมันรักกันอย่างไร ความรักในทางพุทธศาสนานั้นไม่ค่อยได้เคยถูกพูดถึงในทางบวก พระพุทธองค์ท่านก็ได้เคยตรัสไว้ว่า ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์ ในพุทธศาสนานั้นจะกล่าวถึงความเมตตากันมากกว่าความรัก เพราะความเมตตานั้นคือความปรารถนาอยากให้คนอื่นพ้นทุกข์ จะความรักนั้นเปรียบเหมือนอยากให้เราพ้นทุกข์เพราะได้คนนั้นสิ่งนั้นมาตอบสนองกิเลสตัณหาของตัวเอง แต่รักนั้นบางทีก็เป็นหัวขบวนของความเมตตา เพราะพอรักเค้าก็อยากให้เค้ามีความสุข ความรักและเมตตาแบบนี้ถ้าอยากให้ยกตัวอย่างนั้นหาได้ง่ายมาก นั่นก็คือรักและเมตตาของแม่ที่มีต่อลูกนี่เอง แม่ทั้งรัก และเมตตาต่อลูก ความรักดึงเข้าตัวหาตัวเอง แต่ความเมตตาผลักออกนอกตัวมีให้กับคนอื่น อันนี้เป็นสิ่งที่ข้าพเจ้าอุปมาอุปไมยขึ้นมาเอง ก็เนื่องในเทศกาลแห่งความรักนี้ก็ขอให้ทุกคนมีความรักและเมตตากับทุกๆคนและสม่ำเสมอ ไม่ใช่เพียงแค่เฉพาะวันแห่งความรักนั้นก็หวานชื่นพอผ่านไปก็มาลุยสู้รบกันต่อ เรื่องที่เล่ามาทั้งสองเรื่องก็คงจะเป็นหนุกๆเกี่ยวกับความรัก ซึ่งอาจออกแนวโหด หวีด สยองกันหน่อยแต่ก็ Happy Valentine คะ

Monday, February 11, 2013

งานร่วมบุญถวายองค์พระ ตอนที่ 2

ขออัพเดทเรื่องขององค์พระนะคะ ในขณะนี้องค์พระประธานวัดสันติวงศารามได้ออกเดินทางจากประเทศไทยแล้วเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2556 และกำหนดประมาณการว่าอาจจะมาถึงท่าเรือที่น๊อทแฮมตั้น (north hampton) ประมาณวันที่ 5 มีนาคม 2556 ในการดำเนินการเรื่องชิปปิ้งและค่าใช้จ่ายในการขอใบอนุญาตที่เมืองไทย ก็ต้องขอกราบอนุโมทนบุญกับปาป๊าและมาม๊าที่ได้คอยตามเรื่อง และขอกราบขอบพระคุณ คุณอาชูชัย รังสีศิริกุล เจ้าของบริษัทชิปปิ้งที่ได้ช่วยจัดการเรื่องขอใบอนุญาตและค่าใช้จ่ายในการขนส่งขนส่งองค์พระที่เมืองไทยและคุณอา เจ้าของบริษัทแพ็คกิ้งตอกลัง คุณนพภรณ์ อาภาภรณ์นพรัตน์ ที่มีจิตศรัทธาร่วมบุญเมื่อท่านได้เห็นองค์พระขณะที่กำลังตอกลังก็ไม่คิดมูลค่าการใช้จ่ายในการแพ็คกิ้งและตอกลังในครั้งนี้ จะเห็นได้ว่าการนำองค์พระมาที่วัดสันติวงศารามในครั้งนี้เปี่ยมไปด้วยผู้ที่มีเมตตาจิตศรัทธามากมาย
องค์พระในลังที่ตอกไว้                                        กำลังปิดลัง


 

คุณแม่ (เสื้อขาว) และคุณอานพภรณ์เจ้าของบริษัทตอกลัง และรูปขวาคือคุณอาชูชัยผู้จัดการเรื่องชิปปิ้งองค์พระมาที่ประเทศอังกฤษคะ



ซึ่งในทางประเทศอังกฤษ หลังจากที่ได้มีการบอกบุญผ่านทางเฟซบุ๊คไปนั้นก็มีผู้สนใจที่ได้ติดต่อร่วมบุญมาและผู้ร่วมอนุโมทนากันก็มาก สำหรับผู้ที่ได้ทำการโอนปัจจัยมาแล้ว ก็ขออัพเดทได้แก่
1. น้องโซรี่ ปัจจัยถวายองค์พระ จำนวน 50 ปอนด์
2. น้องแอนนา ปัจจัยถวายองค์พระ จำนวน 50 ปอนด์
3. น้องบังอร Murray จำนวน 10 ปอนด์
4. ทิดสี (ศรีโสภา) 500 บาทสำรับองค์พระ และ 500บาทสำหรับปิดทอง
5. พี่แหม่ม (เต็มดวง Goodchild) พี่ชนิดา เจริญสุขและครอบครัว พี่นิตยา ตันวิเชียร จำนวน 60 ปอนด์

และมีผู้แสดงความจำนงค์ต้องการร่วมบุญมาอีกหลายท่าน ได้แก่ พี่ป๊อปปี้ พี่จอย น้องลักษณา และพี่ไก่ จากเบอร์มิงแฮม ส่วนทางเดอแรมก็มีพี่นุช ซึ่งกำลังทำการบอกบุญกันต่อไปซึ่งข้าพเจ้าจะทำการอัพเดทให้ทราบกันและจะอัพเดทยอดจำนวนในพี่น้องได้ร่วมอนุโมทนากับบุญในครั้งนี้นะคะ

ก็ขอร่วมอนุโมทนากับทุกท่านด้วยคะและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสร่วมบุญกันในครั้งนี้ การถวายพระประธานนั้นมีอานิสงส์มากและการถวายพระประธานในวัดต่างประเทศนั้นเป็นเรื่องยากกว่าการถวายพระประธานในเมืองไทย เพราะต้องมีกระบวนการ มีขั้นตอนมากกว่า ดังนั้นนอกจากทานบารมีแล้วก็ยังได้วิริยะบารมีอีกขั้นตอนหนึ่งเพราะต้องมีความเพียรในการติดต่อจัดการในกระบวนการต่างๆ ทั้งก่อนจะนำองค์พระออกมาจากประเทศไทยและหลังจากเมื่องค์พระได้มาถึงแล้ว ก็จึงอยากให้ทุกท่านที่มีจิตศรัทธามีส่วนร่วม เพราะถ้าเมื่อเราได้มีโอกาสไปกราบองค์พระก็จะมีความปลาบปลื้มอิ่มใจ มีจิตเป็นกุศล ว่าเรานั้นได้มีส่วนร่วมในการสืบสานพระศาสนาโดยการนำเอาองค์รูปเคารพของสมเด็จพระศาสดามาประดิษฐาน ณ แดนตะวันตก ที่ไม่ได้มีพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ ก็นับว่าเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่อย่างหนึ่งในชีวิตของพวกเราทั้งหลาย ส่วนท่านใดที่ไม่สะดวกเรื่องปัจจัยก็ไม่ต้องกังวล ก็ขอให้ร่วมอนุโมทนากับบุญในครั้งนี้เพราะการอนุโมทนาบุญนั้นก็เป็นหนึ่งในบุญกิริยาวัตถุ 10 ซึ่งก็สามารถทำให้เราได้บุญเช่นเดียวกัน
หากผู้ใดสนใจที่จะร่วมบุญตอนนี้มีบัญชีสำหรับร่วมบุญแล้วนะคะ
ธนาคาร Lloydstsb
Sortcode: 772021
Account: 32210860
ชื่อบัญชี Sutera Ritrawe
หากท่านใดได้ทำการโอนปัจจัยมาร่วมบุญแล้วรบกวนช่วยแจ้งให้ทราบด้วยนะคะบนเฟซบุ๊คก็ได้หรืออีเมลก็ได้คะ ที่ info@thesaltpipe.co.uk
ก็ขอจบการอัพเดทข่าวคราวขององค์พระมา ณ ที่นี้ และ สามารถติดตามข่าวได้ใน เฟซบุ๊คกันต่อไปนะคะ