Friday, December 24, 2010


วันนี้เป็นวันคริสมาสต์อีฟซึ่งเป็นวันที่เค้าว่ากันว่าเป็นวันประสูติของพระเยซู ซึ่งเป็นบุตรของพระเจ้าลงมาเพื่อช่วยมนุษย์ ในความเห็นส่วนตัว พระเยซูท่านเป็นพระโพธิสัตว์อีกองค์หนึ่งซึ่งเกิดมาเพื่อบำเพ็ญบารมี โดยเฉพาะเมตตาบารมีต่อผู้คนในปาเลสไตน์ ซึ่ง ณ เวลานั้นเป็นยุคของโรมัน และพระองค์ก็ได้ทรงช่วยเหลือผู้คนเหล่านั้นทางด้านจิตใจ แต่ในที่สุดพระองค์ก็ต้องโดนตามล่าในฐานะกบฏของโรมันซึ่งทางโรมันเห็นว่าพลังของพระองค์นั้นเริ่มจะมากขึ้น วิกฤติศรัทธาในพระราชาของโรมันเริ่มเสื่อมถอยลง แต่พลังศรัทธาของประชาชนต่อพระเยซูนั้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ความมั่นคงของอาณาจักรโรมันและความศรัทธาของซีซาร์เริ่มแย่ ทางโรมันจึงต้องตามล่าพระองค์เพื่อกำจัดพระองค์ท่าน ในที่สุดพระองค์ก็ถูกจับตัวเพราะความทรยศของหนึ่งในสาวกของพระองค์ และพระองค์ก็ถูกตรึงกางเขนสิ้นชีวิตท่ามกลางนักโทษโรมันที่โดนทำโทษในรูปแบบเดียวกัน ก็ไม่รู้รายละเอียดเท่ากับคนคริสต์ซึ่งน่าจะรู้มากกว่า แต่เรื่องของพระองค์ก็ประมาณนี้ และในวันนี้ก็เป็นคล้ายวันประสูติของท่านก็พวกเราแม้ต่างศาสนาก็ควรแสดงความเคารพท่านเช่นกัน ท่านสอนมากในเรื่องเมตตา เช่นใครปาหินใส่เราให้ปาขนมปังใส่เค้า ก็คือใครร้ายกับเรามาเราก็ไม่ควรจะโต้ตอบแบบตาต่อตาฟันต่อฟันแต่ควรจะให้ความรักและเมตตากลับไปมากกว่า ก็เมคเซนส์ ก็คือเวรต้องระงับด้วยความไม่จองเวรนั่นเอง หากจองเวรกันก็จะปาหินใส่กันอย่างไม่รู้จักจบสิ้น แต่ถ้าปาขนมปังกลับไปอย่างน้อยที่สุดคนที่โกรธก็ต้องหยุดหยิบเก็บขนมปังไปกินก่อนแล้วก็ลืมความโกรธไปซะ แล้วค่อยมาโกรธใหม่ซึ่งมันก็คงน้อยลงแล้วเพราะท้องอิ่ม
สำหรับเราแล้ววันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่ซุปเปอร์มาเก็ตวุ่นวาย คนแห่กันซื้อข้าวของกันเพื่อกินอาหารกัน ก็เป็นช่วงอาทิตย์ที่ได้พัก อยู่กับครอบครัว อยู่กับตัวเอง ดูลมหายใจไป ก็นี่แหละวันคริสมาสต์อีฟ

Thursday, December 23, 2010

วันนี้เป็นวันที่ 23 ธันวาคม ก่อนวันคริสมาสต์อีฟ วันนี้ไม่มีออร์เดอร์เลยเพราะว่าคนส่วนมากคงวุ่นวายเตรียมตัวกับงานคริสมาสต์อีฟ กับวันคริสมาสต์ที่จะมาถึงในอาทิตย์นี้ วันนี้หิมะตกเล็กน้อย ได้ทำสาธารณะประโยชน์โดยการออกไปเคลียร์ถนนให้กับทางขึ้นบ้านทั้งทาง ต้องรีบทำก่อนที่หิมะจะกลายเป็นน้ำแข็งและแล้วก็จะทำให้โกยยาก พอดีเคลียร์ได้เรียบร้อยแล้วรถเก็บขยะก็ขึ้นมาเก็บขยะ ก็สามารถขึ้นมาได้โดยไม่มีปัญหา
งานแบบนี้มันไม่ได้เป็นงานของใคร แต่มันเห็นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะทำ เพราะเป็นงานส่วนรวม ถ้ารอเคาท์ซิลมาโดยหิมะ ก็คงต้องรอไปเป็นชาติเพราะยิ่งใกล้คริสมาสต์เค้าก็หยุดยาว
คริสมาสต์ก็เป็นวันที่พระเยซูมาเกิดในวันที่ 24 ธันวาคม ซึ่งคนก็มีการเฉลิมฉลองกินเลี้ยงกัน เหมือนกับงานตรุษจีน ที่ญาติๆ มาเจอกัน แล้วก็ให้ของขวัญซึ่งกันและกัน มันก็เป็นงานสมมติอย่างหนึ่ง คนก็เสียเงินกันมหาศาลเพื่อที่จะซื้อข้าวของ มันก็ดีในแง่ของความเอื้ออาทร แต่บางทีสำหรับพวกเด็กๆ มันก็เป็นการเรียกร้องที่บางทีเกินกว่าเหตุ ถ้าไปดูตามห้างคนแห่กันซื้อของกันเพียบ พอวันที่ 26 คนก็เอาของมาคืนกันเพียบเพราะบางคนไม่ได้ของที่อย่างต้องการก็เอามาคืน
สำหรับเราเองคริสมาสต์ก็อีกหนึ่งวันธรรมดา ที่ก็ตื่นนอน ทำงาน เหมือนปกติ เป็นอีกวันที่ชีวิตผ่านไปอีกหนึ่งวันที่ยังมีลมหายใจที่ต้องคิดดี ทำดี พูดดี มีสติ ทำประโยชน์แก่ตนเองและผู้อี่น ถ้าเป็นไปได้

Friday, December 17, 2010


อาจจะเขียนช้าไปหน่อย แต่ต้องใช้เวลาในการเขียนเกี่ยวกับพระเจ้าแผ่นดินของเรา เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2553 เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของปวงชนชาวไทย หลังจากมีกระแสต่างๆในโลกปัจจุบันทำให้เกิดความวุ่นวายในสังคม นั่นก็คือเหตุมาจากเรามองข้ามความสำคัญของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่ง สามสิ่งนี้ทำให้เรามีแผ่นดินอยู่อย่างมีความสุข เนื่องจากในโลกปัจจุบันมีความสะดวกสบายต่างๆนาๆ มีเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ ทำให้ชีวิตมีความสุข แต่สิ่งเหล่านี้จะไม่ทำให้เรามีความสุขเลยหากแผ่นดินของเราลุกเป็นไฟเหมือนประเทศอิรัก หรือ อัฟกานิสถาน เป็นต้น เพราะขาด สามสถาบันหลักที่จะเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชนคนในประเทศ
เราโชคดีที่เกิดมาในประเทศที่มีสามสถาบันครบ และมีความแข็งแกร่ง ถ้าเรามองในองค์รวม สามสถาบันนี้สำคัญเป็นอย่างมาก หากมองในจุดย่อยๆ ก็อาจจะพบข้อด้อยหรือจุดอ่อนต่างๆได้ ซึ่งก็เหมือนกับทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ เช่นร่างกายของเราโดยรวมดูสุขภาพดี แต่ถ้าเจาะประสิทธิภาพในส่วนต่างๆของร่างกายก็จะพบว่าอวัยวะทุกส่วนนั้นไม่สมบูรณ์แบบ 100 เปอร์เซนต์ ดังนั้นเวลาเราจะมองอะไรก็ควรมองด้วยใจที่เปิดกว้างยอมรับและอย่าไปตัดสินอะไร เพราะทุกอย่างมันก็เป็นอย่างที่มันควรจะเป็น
ในวันพ่อที่ผ่านมานี้ได้ดูทีวีจากที่นี่ และ ได้เห็นภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งท่านก็ได้ชราภาพมากเลย ในตลอดชีวิต 83 ปี ท่านได้สละเวลาของพระองค์ท่านทำงานเพื่อส่วนรวมเป็นส่วนมาก ประชาชนในที่ต่างๆ ที่เราเองอาจจะไม่เคยคิดจะไป ท่านก็ได้พระราชดำเนินไปเยี่ยมคนเหล่านั้นซึ่งนับว่าโชคดีกว่าคนในกรุงอย่างพวกเราๆ มากที่น้อยโอกาสมากที่จะได้มีโอกาสเข้าเฝ้าพระองค์ พระองค์เป็นพ่อของแผ่นดินที่มีลูกมาก ซึ่งลูกแต่ละคนก็อาจจะสร้างปัญหากวนพระราชหฤทัยบ้าง แต่พระองค์ก็ทรงไม่ย่อท้อ ทรงงานไม่เว้น ซึ่งถ้าเทียบคนที่อายุเท่าพระองค์ ป่านนี้ก็คงอยู่บ้านสบายๆ ให้ลูกหลานเลี้ยง ไม่ต้องกังวลในสิ่งต่าง แต่พระองค์ท่านก็ไม่สามารถทำอย่างคนสามัญอย่างเราได้ ท่านยังต้องรับภาระปัญหาต่างๆ ของประเทศชาติ ความวุ่นวายต่างๆ ที่เกิดขึ้น ท่านได้เสียสละเป็นอย่างมาก เพราะพวกเรามีพระองค์ท่าน เราถึงได้ใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบาย อยากให้ท่านอยู่กับพวกเราไปนานๆ แต่พวกเราอาจลืมไปว่าพระองค์ท่านก็ทรงเป็นมนุษย์ที่ยังต้องวนเวียนอยู่กับวัฏจักรของชีวิตเฉกเช่นกับพวกเรา
สิ้งที่เราควรกระทำหากเรามีจิตสำนึกของความเป็นคนไทยภายใต้ผืนแผ่นดินไทย เราก็ต้องมีความรักและศรัทธาต่อพระองค์ท่านและไม่หวั่นไหวในความดีของท่าน พระองค์ท่านก็เป็นมนุษย์ก็อาจจะมีข้อผิดพลาดบางประการ แต่ถ้าเทียบคุณประโยชน์ที่ท่านได้เสียสละให้กับประเทศของเรา สิ่งที่ท่านทำนั้นมีคุณประโยชน์เป็นอย่างมากกับส่วนรวม ถ้าดูตัวเราเองหรือคนรอบข้างเราไม่มีใครเลยที่ไม่เคยทำอะไรผิดพลาดในชีวิต ทุกคนก็ทำทั้งสิ่งที่ดีกับไม่ดีกันทั้งนั้น คนที่เคยคิดไม่ดี ทำไม่ดีกับพระองค์ท่านก็ควรมองถึงประโยชน์ที่ท่านได้ทำให้กับชีวิตของคนทั้งประเทศ ทำให้เราได้มีแผ่นดินอยู่ ดังนั้นพวกเราควรรำลึกถึงคุณประโยชน์และความรักของพระองค์ท่านที่มีต่อปวงชนไทยทั้งหลาย
หากเรามีความจงรักภักดี มีความกตัญญู รู้คุณ ของแผ่นดิน และต่อความดีของบุคคลที่ทำคุณประโยชน์อันมหาศาลต่อแผ่นดินเฉกเช่นพระเจ้าอยู่หัวของเรา เราก็จะมีมงคล และ ความเจริญรุ่งเรืองในชีวิตเพราะนี่เป็นสิ่งแสดงถึงความบูชาต่อบุคคลที่ควรบูชา ดังที่กล่าวอยู่ในมงคล 38 ประการ
ก็ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายจงอำนวยพรให้พระองค์ทรงพระเจริญ และมีพระชนม์ยิ่งยืนนานและมีพลานามัยแข็งแรง อยู่เป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยตลอดกาลนานเทอญ
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ

Thursday, December 16, 2010


ช่วง 2-3 วันมานี้ ได้มีโอกาสได้ฟังธรรมของแม่ชีทศพรวัดพิชัยญาติ ได้เรียนรู้ข้อธรรมมากมายเกี่ยวกับเรื่องของกฏแห่งกรรมซึ่งมันเป็นเรื่องละเอียดจริงๆ การกระทำทุกอย่างเป็นกรรมแต่ว่ามันจะเป็นกุศลกรรมหรืออกุศลกรรม และกรรมนั้นรวมถึงกับเรื่องการกระทำโดยกาย วาจา และใจ ดังนั้นการใช้ชีวิต ต้องมีสติคอยควบคุมดูแลความคิดและการกระทำ ดังนั้นสิ่งที่พระพุทธองค์ทรงสอน จงทำดี ละชั่ว ทำจิตใจให้บริสุทธิ์นั้น เป็นเครื่องป้องกันการทำอกุศลกรรม ต้องคิดดี ทำดี พูดดี แต่สิ่งที่ยากที่สุดคือการคิดดี เพราะจิตเวลาเห็นอะไรนั้นมักจะเห็นตามกิเลสว่าสิ่งนั้นสิ่งนี้ไม่ดีน่าจะเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ แต่จริงๆ เราต้องวางใจให้เป็นว่ามันก็เป็นอย่างที่มันเป็น เป็นอนัตตา แก้ไขควบคุมอะไรไม่ได้
ชีวิตที่เกิดมาเกือบ 40 ปีทำกรรมต่างๆมากมาย ทั้งดีทั้งชั่ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อยังเด็กรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่ใจชีวิตก็ยังดีที่มีชีิวิตที่ไม่นอกกรอบมาก แถมยังชอบกลัวตัวโน้นตัวนี้ ทำให้การทำปาณาติบาตมันน้อย แต่มันก็คงหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย มันอาจมีบ้าง ก็ต้องขออโหสิกรรมกับสิ่งที่เคยทำ นี่ในแค่ชาติปัจจุบัน แล้วยังในอดีตชาติอีกหละที่เรายังจำไม่ได้ ไม่รู้ว่าทำอะไรไว้บ้างทั้งร่างกายและจิตใจ และในชีวิตนี้ก็ยังถือว่าโชคดีที่ได้มาเกิดกับบุพการีที่ดี ดูแลรักใคร่ อบรมสั่งสอนให้เป็นคนดี เป็นตัวอย่างที่ดี และสอนให้เป็นคนที่มีน้ำใจช่วยเหลือคนอื่น ก็การที่ได้เกิดมาในครอบครัวที่ดีนั้นถือว่าเป็นบุญเป็นอย่างยิ่ง
ในปีนี้ที่เหลืออยู่อีก 20กว่าวันก็จะหมดปีเก่า สิ่งที่เราทำนั้นทำดีไปมากน้อยแค่ไหนในปีนี้ จิตเป็นกุศลมากกว่าอกุศลหรือไม่ วันเวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็วดังนั้นเราต้องทำดีให้มาก ต้องสำรวมกาย วาจา ใจ อินทรย์สังวรณ์ ให้มาก อย่าไปวิเคราะห์วิจารณ์ใคร หรือคิดแทนใคร หรือตัดสินใคร เพราะเราไม่ใช่เขา อย่างที่แม่ชีท่านกล่าวว่า ถ้าเราไปยุ่งเรื่องของเขา เราก็ไปเอากรรมมาเข้าตัวเราเองทั้งๆที่มันไม่ใช่เป็นเรื่องของเรา
บุญส่วนบุญ กรรมส่วนกรรม อย่างที่แม่ชีท่านพูด หักลบหบล้างกันไม่ได้ ต้องทำกรรมดีหนีกรรมชั่ว เหมือนเราวิ่งหนีหมาไล่เนื้อ ถ้าบุญมากเราก็มีกำลังแรงวิ่งให้เร็วและให้ไกล ก็คิดดี ทำดี พูดดี อยู่กับปัจจุบันให้มากที่สุด

Wednesday, December 01, 2010

วันนี้เป็นวันที่ 1 ธันวาคม 2553 เป็นวันแรกของเดือนสุดท้ายในปีนี้ ตามสมมติของโลกว่าปีนึงมี 12 เดือน แล้วมันต้องมาบรรจบครบกัน ทุกๆ ปี แต่ในทางธรรมแล้ว ทุกวันคือวันใหม่ ปฏิทินมิได้เดินเป็นวงกลมมาบรรจบตรงที่เดิม
คนส่วนมากมักจะคิดว่าวันนี้ในปีนี้กับปีที่แล้วมันเป็นวันที่เหมือนกันอย่างเช่นวันคล้ายวันเกิด วันคริสมาสต์ วันเทศกาลต่างๆ แต่จริงๆ มันก็เป็นที่แตกต่าง ถ้าเราไม่ยึด วันนี้คือปัจจุบัน พรุ่งนี้คืออนาคต แล้วมันก็จะเดินหน้าไปเรื่อยๆ ไม่ได้หมุนย้อนกลับมาเป็นรอบๆ อย่างที่เราเห็นตามปฏิทิน
ปฏิทินชีวิตวันที่เราเกิดคือวันที่ 1 และวันต่อๆ มาก็เป็น 2, 3,4........จนกระทั่งตายอาจเป็นวันที่หมื่นแสน ไม่มีวันคล้ายวันเกิด เพราะวันเกิดเรามันก็ผ่านไปแล้ว แล้วก็ไม่กลับมาอีก แต่ตามสมมติทางโลกมันก็เป็นอย่างที่เห็นกันว่าวันนั้นวันนี้เป็นวันที่เหตุการณ์ต่างๆ ได้เกิดขึ้น
นาฬิกาชีวิตนั้นเดินไปทุกวินาที ชีวิตเราได้เปลี่ยนไปทุกเวลา อดีตคือความฝัน ปัจจุบันคือความจริง อนาคตไม่ใช่สิ่งที่แน่นอน ดังนั้นการทำดี คิดดี พูดดี จึงเป็นสิ่งที่เราควรจะทำอยู่ตลอดเวลา

ปีนี้ที่เกือบลืมไปให้เพื่อนๆ พี่น้องได้อนุโมทนาบุญด้วยกับการที่เราได้สวดธรรมจักรกัปปวัฒนสูตร ได้จนครบเข้าพรรษา เป็นสัจจะอธิษฐานที่ได้ตั้งใจไว้ในปีนี้ว่าจะทำในช่วงเข้าพรรษา ปีนี้สวดได้ทุกวันไม่มีขาด ต้องอาศัยกำลังใจที่เข้มแข็งในการสวดในครั้งนี้ เพราะตามปกติก็จะสวดพาหุงมหากพร้อมกับอิติปิโส 31 จบ แต่พอเข้าพรรษาต้องสวดต่อไปอีกมีบทธรรมจักร ชินบัญชร บารมี 10 ทัศน์ และ คาถาหลวงพ่อปาน ไม่มีอะไรทำไม่สำเร็จหากเราตั้งใจไว้แล้ว มันต้องมีวินัยและความเข้มแข็งที่จะต่อสู้กับนิวรณ์ที่เกิดขึ้น
ปีนี้ได้ไปปฏิบัติกรรมฐานกับหลวงพ่อชาญชัย ในปลายเดือนตุลาคม ในปีนี้เป็นครั้งที่สองที่ได้ไปปฏิบัติกับท่าน พระอาจารย์ท่านใจดีมีเมตตาประสิทธิ์ประสาทความแจ่มแจ้งในการปฏิบัติธรรม ทำให้เห็นตัวเองได้มากขึ้น เข้าใจตัวเองได้มากขึ้น การไปปฏบัติครั้งนี้ก็ได้ไปทั้งครอบครัว มีป๊ากับแม่ร่วมปฏิบัติด้วย ก็มีความสุขเป็นอย่างยิ่ง อย่างน้อยในชีวิตนี้ถึงแม้ว่าจะไม่มีโอกาสได้ดูแลท่านทางร่างกายแต่ก็ได้ช่วยนำพาท่านทั้งสองได้ตระเตรียมจิตใจให้เพียบพร้อมก่อนจะถึงเวลาที่ต้องสิ้นอายุขัย และต้องเดินทางอันยาวไกลที่ไม่มีใครจะสามารถช่วยใครได้ ก็ดีใจที่ทำให้ท่านทั้งสองได้มีสัมมาทิฐิซึ่งเป็นข้อแรกที่สำคัญที่สุดในมรรคมีองค์ 8 ซึ่งเป็นวิธีทางดับทุกข์ ตอนนี้แม่ไม่อยู่ไปอินเดียเพื่อไปสร้างสมบารมีปฏิบัติธรรมให้มากขึ้น ก็ต้องร่วมอนุโมทนาเป็นอย่างยิ่ง ส่วนป๊าตอนนี้อยู่คนเดียวก็ได้ใช้เวลาอยู่คนเดียวพิจารณาสิ่งต่างๆ มันก็เป็นเรื่องอัศจรรย์ ธรรมะเป็นเรื่องวิเศษ สามารถเปลี่ยนวิถีความคิดของคนคนหนึ่งได้ เมื่อจิตใจได้ถูกขัดเกลาแล้ว ก็สามารถน้อมรับเรื่องดีๆ และสามารถมองโลกในแง่ดีๆ ได้
เราก็เป็นหนึ่งในผู้โชคดีที่ได้ศึกษาปฏิบัติธรรมะเพราะมันก็ทำให้วิถีชีวิต ความคิด มุมมองต่างๆ มันเปลี่ยนไป เราสามารถมองเห็นและวิเคราะห์วิจัยตัวเองได้เป็นอย่างดี ว่าเราเป็นคนแบบไหน มีกิเลสหยาบย่อยในใจแค่ไหน มันเป็นไปไม่ได้เลยว่าเราจะเห็นสิ่งเหล่านี้ด้วยตัวเองหากไม่มีธรรมะ
ความถือดี ชอบเอาชนะ อยากให้มันเป็นอย่างที่เราอยากให้เป็น ความแย่ๆ ของความเป็นคนแบบคนๆ ไปวันๆ มันสามารถถูกกระเทาะออกจากจิตไปทีละน้อย ทีละน้อย และมีความเข้าใจในคนอื่นและสิ่งๆอื่นมากขึ้น จิตใจมันก็ไม่ถึงกับไม่ยึด แต่มันยึดน้อยลง น้อยลงไปเรื่อยๆ จนบางทีเหมือนคนไม่มีความรู้สึกยินดียินร้าย แต่ก็ต้องทำเป็นยินดียินร้ายเพราะเราต้องอยู่ในสังคม
หากใครได้มีโอกาสปฏิบัติธรรมหรือเรียนรู้ธรรมะก็จะเห็นสิ่งวิเศษเหล่านี้ มันเป็นเรื่องเฉพาะตัว เหมือนกับกินข้าวแล้วอร่อย แต่ก็ไม่สามารถบอกคนอื่นได้ว่ามันอร่อยอย่างไร อร่อยของเรามันก็อาจจะไม่อร่อยของเขา อยู่ที่มาตรฐานของคนที่ชิม ดังนั้นการที่บอกว่าเป็นคนดี มันดีอย่างไร ดีในสายตาใคร มันเป็นเรื่องของมาตรฐานของคนคนนั้น เพราะฉะนั้นเราไม่ควรจะตัดสินใครว่าดีหรือไม่ดี เพราะไม่มีหรอกความไม่ดี หรือดี มันอยู่ที่เรา
ก็ต้องลองดู ฝึกดู เพื่อที่เราจะได้ดับกิเลสภายในจิตใจเราเพื่อความสุขอย่างแท้จริง