Thursday, December 16, 2010


ช่วง 2-3 วันมานี้ ได้มีโอกาสได้ฟังธรรมของแม่ชีทศพรวัดพิชัยญาติ ได้เรียนรู้ข้อธรรมมากมายเกี่ยวกับเรื่องของกฏแห่งกรรมซึ่งมันเป็นเรื่องละเอียดจริงๆ การกระทำทุกอย่างเป็นกรรมแต่ว่ามันจะเป็นกุศลกรรมหรืออกุศลกรรม และกรรมนั้นรวมถึงกับเรื่องการกระทำโดยกาย วาจา และใจ ดังนั้นการใช้ชีวิต ต้องมีสติคอยควบคุมดูแลความคิดและการกระทำ ดังนั้นสิ่งที่พระพุทธองค์ทรงสอน จงทำดี ละชั่ว ทำจิตใจให้บริสุทธิ์นั้น เป็นเครื่องป้องกันการทำอกุศลกรรม ต้องคิดดี ทำดี พูดดี แต่สิ่งที่ยากที่สุดคือการคิดดี เพราะจิตเวลาเห็นอะไรนั้นมักจะเห็นตามกิเลสว่าสิ่งนั้นสิ่งนี้ไม่ดีน่าจะเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ แต่จริงๆ เราต้องวางใจให้เป็นว่ามันก็เป็นอย่างที่มันเป็น เป็นอนัตตา แก้ไขควบคุมอะไรไม่ได้
ชีวิตที่เกิดมาเกือบ 40 ปีทำกรรมต่างๆมากมาย ทั้งดีทั้งชั่ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อยังเด็กรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่ใจชีวิตก็ยังดีที่มีชีิวิตที่ไม่นอกกรอบมาก แถมยังชอบกลัวตัวโน้นตัวนี้ ทำให้การทำปาณาติบาตมันน้อย แต่มันก็คงหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย มันอาจมีบ้าง ก็ต้องขออโหสิกรรมกับสิ่งที่เคยทำ นี่ในแค่ชาติปัจจุบัน แล้วยังในอดีตชาติอีกหละที่เรายังจำไม่ได้ ไม่รู้ว่าทำอะไรไว้บ้างทั้งร่างกายและจิตใจ และในชีวิตนี้ก็ยังถือว่าโชคดีที่ได้มาเกิดกับบุพการีที่ดี ดูแลรักใคร่ อบรมสั่งสอนให้เป็นคนดี เป็นตัวอย่างที่ดี และสอนให้เป็นคนที่มีน้ำใจช่วยเหลือคนอื่น ก็การที่ได้เกิดมาในครอบครัวที่ดีนั้นถือว่าเป็นบุญเป็นอย่างยิ่ง
ในปีนี้ที่เหลืออยู่อีก 20กว่าวันก็จะหมดปีเก่า สิ่งที่เราทำนั้นทำดีไปมากน้อยแค่ไหนในปีนี้ จิตเป็นกุศลมากกว่าอกุศลหรือไม่ วันเวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็วดังนั้นเราต้องทำดีให้มาก ต้องสำรวมกาย วาจา ใจ อินทรย์สังวรณ์ ให้มาก อย่าไปวิเคราะห์วิจารณ์ใคร หรือคิดแทนใคร หรือตัดสินใคร เพราะเราไม่ใช่เขา อย่างที่แม่ชีท่านกล่าวว่า ถ้าเราไปยุ่งเรื่องของเขา เราก็ไปเอากรรมมาเข้าตัวเราเองทั้งๆที่มันไม่ใช่เป็นเรื่องของเรา
บุญส่วนบุญ กรรมส่วนกรรม อย่างที่แม่ชีท่านพูด หักลบหบล้างกันไม่ได้ ต้องทำกรรมดีหนีกรรมชั่ว เหมือนเราวิ่งหนีหมาไล่เนื้อ ถ้าบุญมากเราก็มีกำลังแรงวิ่งให้เร็วและให้ไกล ก็คิดดี ทำดี พูดดี อยู่กับปัจจุบันให้มากที่สุด

No comments: