Wednesday, July 27, 2011


ความสุขนั้นอยู่ที่ไหนหนอ ความสุขทางโลกนั้นจริงๆแล้วไม่มี มันสุขๆ ทุกข์ๆ สลับกันไปมา หรืออีกนัยหนึ่ง ทุกข์น้อยกับทุกข์มากสลับกันไปมา หากเห็นแบบนี้แล้วจะเข้าใจว่าอย่าไปกลัวมันเลยความทุกข์มันก็เป็นอย่างนั้นของมันเอง
ในชีวิตของคนเรานั้นเกิดมาย่อมมีอุปสรรค แต่อุปสรรคเหล่านี้ทำให้เกิดการพัฒนาสร้างสรรค์ ตัวอย่างเช่นในสมัยก่อนไม่มีไฟฟ้าไม่มีโทรศัพท์ มันมีอุปสรรค ดังนั้นก็เกิดการประดิษฐ์คิดค้นพัฒนาอุปกรณ์เหล่านั้นขึ้นมา พอมีโทรศัพท์แบบมีสายไม่สะดวก เวลาอยู่ข้างนอก จะติดต่อกันก็ลำบาก ก็มีการพัฒนาโทรศัพท์ไร้สาย เกิดขึ้นมาเป็นโทรศัพท์มือถือในปัจจุบัน อุปสรรคเหล่านี้ก่อให้เกิดทุกข์มาบีบคั้น ทำให้มีการคิดค้นพัฒนา เปรียบกับชีวิตของคนเรา หากมีแต่ความสุขสมหวัง ประสบความสำเร็จตลอดเวลา ก็จะทำให้เกิดความประมาท ไม่มีการพัฒนาใดๆ เพราะมันราบรื่นไหลไปได้ตลอด ดังนั้นมันเป็นธรรมชาติที่เวลาทำสิ่งใดแล้วมันไม่ราบรื่น เราก็ต้องมีการมาคิดค้น สำรวจความบกพร่องว่ามันเกิดอะไร จะพัฒนาในทางด้านไหน เพื่อที่จะได้แก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้น ทุกสิ่งประดิษฐ์ ความคิดใหม่ๆทั้งหลายนี้เกิดจากความทุกข์บีบคั้นทั้งนั้น แต่เมื่อได้ประดิษฐ์สิ่งที่สามารถบรรเทาทุกข์มาได้ ความทุกข์ก็ไม่หมดไป ก็เกิดทุกข์อย่างใหม่ขึ้นมาอีก เช่นประดิษฐ์โทรศัพท์มือถือขึ้นมาได้ ก็ต้องมีแบบถ่ายรูปได้ ฟังเพลงได้ ใช้อินเตอร์เนทได้ จะเห็นได้ว่า มันก่อทุกข์อย่างไม่สิ้นสุด เมื่อตอบสนองอย่างหนึ่งได้ มันก็อยากได้อีกอย่างหนึ่ง
นี่คือกิเลสนี่เอง กามตัณหา ความชอบใจในรูปรสกลิ่นเสียง ภวตัณหา ความชอบใจในภพ สภาวะ และวิภวตัณหา ความไม่ชอบในสภาวะ หรือขณะเหล่านั้น
คนบนโลกนี้ถูกตัณหาครอบงำ หากไม่มีสติก็จะต้องหมุนไปตามกระแสของกิเลสอย่างไม่จบสิ้น ทำอย่างไรจึงจะหยุดวงจรนี้ได้
จะหยุดได้ ก็ต้องใช้ มรรคมีองค์แปดของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้น ที่จะหยุดกิเลสเหล่านี้ได้ มรรคมีองค์แปดนั้นคืออะไร เอาไว้จะมาอธิบายให้ฟังในวันหลัง เมื่อเราเห็นทุกข์ก็ให้รู้ รู้แล้วก็ละ แล้วเราก็จะมีความสุขในขณะที่โลกมีการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตลอดเวลา

No comments: