เมื่อสองสามอาทิตย์ที่ผ่านมา ได้ไปทำบุญกับน้องๆ ทุน พสวท ระหว่างขับรถไปก็คุยสัพเพเหระไปเรื่อยๆ แล้วก็พอดีมีน้องเอฟซึ่งเป็นรุ่นน้องคณะที่จุฬา รุ่นรหัส 47 ซึ่งมันก็รุ่นหลานๆแล้วหละ ก็คุยกันถึงเรื่องว่าในตอนที่เราเรียนอยู่ที่คณะวิทยาศาสตร์นั้นมีเพื่อนๆ ที่เป็นพสวท เยอะ เพราะกลุ่มที่อยู่เป็นกรุ๊ป 4 ฮ่า ฮ่า ก้อเลยถามน้องเค้าว่าเคยเรียนกับเพื่อนของเราบ้างไหม ซึ่งพอเอ่ยชื่อของเพื่อนๆ ไป เช่นไอ้ใหม่ อาจารย์ภาคฟิสิกส์ น้องเค้าอยู่ภาคนี้ก็เคยเรียน แล้วก็ถามถึงเพื่อนอีกคนนึง คือเอก อาจารย์ภาคชีวะ น้องมันไม่รู้หรอกว่าชื่อเล่นอาจารย์ว่าไร มันก็บอกซะเต็มยศนั่นแหละ แล้วไอ้น้องอีกคนนึงมันก็ว่าอ๋ออาจารย์คนนี้นี่เองที่ออกมาแฉความจริงเรื่อง GT 100 เอ๊ย 200 ไอ้เรามันก็คนไม่ค่อยติดตามข่าวซะด้วย ไอ้ GT 100-200 นี่มันอะไรหว่า จะถามพวกน้องๆ ก็กลัวเสียฟอร์ม มันจะว่าอะไรวะพี่ฤทธิ์ไม่ได้ติดตามข่าวสารบ้านเมืองไทยอะไรเลย พอกลับบ้านมาก็มากดกูเกิ้ลดู โห เฮ้ย อะไรเนี่ย เพื่อนเรามันจะอะไรป๊อปปูล่า แต่หัวข้อที่น่าดีใจที่สุดก็คือเอกได้แต่งงานแล้ว เย้ ในที่สุดก็มีครอบครัวซักที จะได้มีศรีภรรยาที่ดีคอยดูแล กด กด เข้าไปดูรูปงานแต่งงาน เออน้องเค้าก็น่ารักดี ท่าทางจะเป็นกุลสตรีแม่ศรีเรือนที่ดีสำหรับเพื่อนเราได้ เสียดายรูปเล็กไปหน่อย หรือตาเริ่มไม่ดีวะ
หลังจากนั้น ก็มาไล่กดกูเกิ้ลดูข่าว อ๋อ ไอ้เครื่อง GT200 นี่มันไม่ใช่เรือบินอะไร TG200 แต่มันเป็นเครื่องตรวจระเบิดที่เค้าใช้มาตรวจสอบว่ามีระเบิดอยู่ตรงไหนนี่เอง มันมีข่าวกันตอนไหนหว่า หรือเรามัวแต่ฟันดาบ ขายของจนพลาดกระแส นี่ถ้าไม่ใช่ว่าเพื่อนเป็นผู้ตรวจสอบคงไม่มานั่งเสียเวลากด Youtube ดูหรอก เออ มันก็เก่งดีแฮะ มีหลักการน่าสนใจ เคยเห็นเอกครั้งนึงบนทีวี ไอ้เรื่องโรงเรียนปิดตาอ่านโน่นอ่านนี่อยู่ แต่พอดีต้องไปทำอย่างอื่นเลยอดดู ก็ประเด็นที่น่าสนใจสำหรับ GT 200 ที่เห็นแล้วรู้สึกชื่นชมเพื่อนมากก็คือการไม่กลัวกับความอยุติธรรม ความไม่ซื่อตรง ซึ่งไอ้หมอนี่มันก็เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว เพื่อนเราคนนี้เป็นคนที่แบบรักความยุติธรรม แต่บางทีก็ซะจน น่ากลัวว่ามันจะโดนรุมสกรัม ก็น่าห่วงอยู่เพราะ การที่ออกมาแฉมันก็ไปเหยียบตาปลาชาวบ้านที่เค้ามีผลประโยชน์ ก็อยากเป็นกำลังใจให้ หลังจากนั้นก็ กด กด ไปดูอีกหลายอัน ไปอันนึงเพื่อนเรามันพูดถึงไอ้เหรียญควอนตัม อ้าว เฮ้ย ไอ้เหรียญอันนี้ ป๊าเอาให้ลาสโลวมาอันนึงนี่นา อยู่ในห้องครัว วางอยู่บนชั้น ไม่ได้ใส่ ฟังๆ ดูหลักการแล้วเออหรือว่าป๊าโดนเค้าหลอกขายมาเนี่ย ซื่อไว้หลายอันอยู่ ฮ่า ฮ่า เดี๋ยวกลับไปเมืองไทยจะไปเปิดให้ป๊าดูหน่อย ไอ้ตอนป๊าเอามาให้ทดสอบอย่างที่นายเอกได้ทดสอบ เราเองก็เชื่อเป็นตุเป็นตะไปกะเค้า เพราะจริงๆ ถ้าเป็นพวกเซรามิก ถ้าเผาที่อุณหภูมิสูง พวกเฟลสปาต์จะปลดปล่อยรังสี Far Far infrared ออกมาและรังสีนี้เป็นประโยชน์กับร่างกายในเรื่องของเซลล์ซึ่งเคยเรียนในไบโอเซรามิกส์ แต่พอมาเหรียญภูเขาไฟ สุดสยองตอนที่เอาเครื่องไกเกอร์มาตรวจนี่ดิ โห ตัวปลดปล่อยสารกัมมันตภาพรังสีดีๆ นี่เอง นี่ยังไม่รู้จะเอาไง จะเอาไปซ่อนไว้ที่ไหนดีเนี่ยเหรียญควอนตัมเนี่ย
ฮ่า ฮ่า ก็ดูอีกเรื่องก็เรื่องโรงเรียนสอนปิดตาอ่านไพ่ ระบายสี และอื่นๆ จริงๆ มันก็เป็นแง่จิตวิทยาที่ทำให้จิตมีสมาธิมีความสงบ ที่เด็กๆไปเรียนที่นี่แล้วความประพฤติดีขึ้น แล้วมีสมาธิขึ้น เรียนดีขึ้นก็คือเป็นกุศโลบายปิดตา มีสมาธิ ก็เอาเรื่องปาฏิหารย์มาล่อ เมื่อเด็กมีสมาธิดีขึ้น ตัวสติก็จะตามมา ความแยกแยะผิดชอบชั่วดีก็จะดีขึ้น ก็ไม่ได้น่าเป็นเรื่องแปลก แต่ไอ้ที่เห็นหรือไม่เห็นนั้นไม่สามารถสรุปได้ตายตัว เพราะในทางพุทธศาสนาถ้าทำได้ขณะนั้นก็ได้อภิญญาแล้ว มีตาทิพย์หูทิพย์ ก็เด็กมันยังจิตประภัสสร บางคนเค้าก็อาจทำได้ก็ได้ อันนี้ไม่ฟันธง ส่วนผู้ปกครอง ก็แล้วแต่วิจารณญาณ ถ้ามีตังค์จะพาไปเรียนก็ได้ แต่คนไหนไม่มีตังค์ก็ขอแนะนำพาลูกเข้าวัดปฏิบัติธรรม อันนี้ประหยัด แล้วก็เด็กก็จะได้ซึมซับในรสพระธรรมไปด้วย
ก็เห็นในสิ่งที่เพื่อนทำก็รู้สึกประทับใจ และยินดีกับเพื่อนที่ได้ทำประโยชน์ให้กับสังคม คนเราไม่ว่าจะเรียนมากเรียนน้อย ได้ดอกเตอร์หรือไม่ได้ มันไม่ได้วัดคุณค่าของความเป็นคนกันที่ตรงนั้น แต่มันวัดกันที่ความมีความรับผิดชอบต่อสังคมและคนอื่นนั้นมีมากน้อยกันแค่ไหน ไม่มีใครผิดไม่มีใครถูก เพราะสิ่งที่รัฐต้องการใช้เครื่องนี้ ก็เพราะมีความคิดว่ามันเป็นประโยชน์ แต่เมื่อมีการตรวจสอบแล้วมันไม่ได้ผลจริง ก็ต้องมีการพิจารณากันไป ก็อย่างที่เอกว่า ถ้าเอาไปใช้ชี้จุดว่าระเบิดอยู่ตรงไหน มันก็โอเค แต่ถ้าเอาเครื่องนี้ไปชี้วัดว่าใครเป็นคนมีระเบิด อย่างนี้มันไม่แฟร์ ก็จริงอย่างนั้น เพราะมันมีการ Bias กันได้
ก็หลังจากอ่านข่าวดู Youtube ก็ได้มีโอกาสติดต่อกับดร.เจษฎา อีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้ติดต่อกันมาเป็นเวลานานกว่า 20 ปี เพื่อนเรามันเป็น รอ ศอ ดอ รอ ไปแล้ว มียศติดหน้า แต่ก็เป็นเอกเพื่อนเราคนเดิมที่เคยชอบกันคุยกัน ช่วยเหลือกันยามปี 1 ก็บัดนี้อายุอานามก็กำลังจะเข้าหลักสี่แล้ว ก็แก่กันไป ยังดีที่มีโอกาสแก่ บางคนอาจไม่มีโอกาสมีชีวิตถึงยามนี้เลยก็ได้ ก็สู้ สู้ เพื่อน ทำดี ต้องได้ดี แต่ต้องมีสติด้วยนะเฟ้ย

No comments:
Post a Comment