
ไม่ได้เข้ามาอัพเดทหลายอาทิตย์เพราะงานเยอะ หาข้อแก้ตัวอีกแล้ว มันก็ไม่ได้เยอะอะไรหรอก มีความขี้้้เกียจเกินวิริยะมากกว่า เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาวันที่ 24 สิงหาคม เป็นวันครบรอบปีที่ 7 ที่อาม่าได้จากเราไป จริงๆ ก็เป็นเรื่องธรรมดา ท่านอายุมากแล้ว 92 ปี ใครๆ ก็ต้องตาย สังขารอุปกรณ์ใช้งานมันก็เสื่อมถอยเป็นธรรมดา ท่านจากไปด้วยโรคมะเร็งปอด ซึ่งมันก็เป็นผลพวงมาจากการทำงานอย่างหนักสมัยก่อน ทำตุ๊กตาปูน พ่นสี แบบสมัยก่อนไม่มีการป้องกันความปลอดภัยในการทำงาน ก็ทำมันอย่างลูกทุ่งเนี่ยแหละ งั้นขอเล่าประวัติอาม่านิดนึง
อาม่าเกิดที่เมืองจีน เมื่อตอนอายุน่าจะ 7-8 ขวบ ถูกแม่ขายให้กับครอบครัวอากง ในราคาที่เทียบเป็นราคาในเมืองไทยสมัยนั้นก็ 5 บาท ชีวิตประมาณโอชินนั่นแหละ ในสมัยก่อนนั้นแร้นแค้นการกินอยู่อาศัยลำบาก ใครมีลูกพอลูกโตได้ใช้งานได้ ก็เอาไปขายแลกเงิน คนที่ซื้อไปเค้าเอาไปเป็นลูกจ้างในครอบครัว เพราะครอบครัวเป็นครอบครัวใหญ่ มีงานเยอะ เหมือนในหนังจีนไงที่มีลูกจ้างทำโน่นทำนี่ อาม่าได้เริ่มทำงานกับครอบครัวนี้ตั้งแต่ยังเล็ก หน้าที่หลักก็หาฟืน ตักน้ำ ขุดดิน ทำสารพัดอย่าง
การเข้าไปมีชีวิตในครอบครัวอากงไม่ได้เป็นเรื่องง่าย อาม่าถูกรังเกียจและอิจฉาริษยาโดยพี่สะใภ้ของอากง ซึ่งคอยเป่าหูแม่ของอากงให้เกลียดอาม่า เป็นไง เรื่องประมาณละครน้ำเน่าเลย แต่มันเป็นชีวิตจริงที่ยิ่งกว่านิยาย อาม่าถูกกดขี่ข่มเหงให้ทำงานหนักมาก แต่ก็ยังโชคดีที่ยังมีเหล่าแปะคอยเมตตาให้ความช่วยเหลือในคราที่อาม่าต้องเจ็บป่วย หรือทุกข์ใจ
เมื่อคราวยังไม่ได้แต่งงานกับอากง อาม่าทำงานอย่างหนัก มีอยู่ครั้งหนึ่งทำงานตัดฟืน บังเอิญพลาดมีดไปสับโดนนิ้วกลางที่ข้อตรงกลางด้านใน น่าจะเป็นแผลฉกรรจ์ แต่อาม่าก็ไม่สามารถบอกใครได้เพราะบอกไปก็ยิ่งโดนหนัก สิ่งที่อาม่าทำได้ก็คือเอาขี้เถ้ามาแปะแผล แล้วเอาผ้ามาพันไว้ ปฐมพยาบาลขั้นต้น แต่แผลมันหนักหนาสาหัสเอาการเพราะมันอักเสบเพราะไม่ได้รับการทำแผลอย่างถูกต้อง อาม่าป่วยเป็นไข้ แต่ไม่สามารถบอกใครได้ จึงหลบอยู่ในห้องเก็บฟืน เป็นไข้ แล้วก็ต้องออกมาทำงานทั้งๆที่ยังป่วยมาก ตอนหลังเหล่าแปะทราบเข้าจีงแอบให้ความช่วยเหลือ อาม่าโดนพี่สะใภ้ และแม่ของอากง ทารุณกรรมมาก เหมือนแบบในหนังเลย โดนดุด่าตบตี ถ้าเป็นสมัยนี้ก็คงโดนสิทธิมนุษยชนเล่นงานไปแล้ว แผลในครั้งนั้นของอาม่าติดตัวอาม่ามาตลอดชีวิตเนื่องจากอาม่าพับนิ้วกลางเพื่อห้ามเลือดแล้วเอาขี้เถ้าทาไว้ นิ้วกลางของอาม่าจึงมีรูปร่างแบบพับเป็นตัวแอลเพราะเมื่อแผลมันสมานกัน มันสมานกันในรูปร่างนี้เพราะอาม่าพันแผลของอาม่าในลักษณะนี้จนหาย
ความเป็นอยู่ของอาม่าสาหัสสากรรจ์มากจนกระทั่งอาม่าถูกจับให้แต่งงานกับอากงซี่่งเป็นลูกชายของบ้านนี้ ครอบครัวอากงเป็นครอบครัวบัณฑิตและขุนนางในระดับกลางๆ เมื่อแต่งงานก็มีปัญหามากมายกับแม่ผัวและพี่สะใภ้ พี่สะใภ้อาม่าเป็นคนชอบยุยง ทำให้อาม่าอยู่อย่างลำบากมาก
ชีวิตอาม่าในวัยเด็กและวัยรุ่นลำบากมาก เมื่อตอนที่ได้กลับไปเฝ้าไข้อาม่าซึ่งอยู่ในระยะสุดท้ายนั้น อาม่าได้เพ้อและแสดงอาการเหมือนว่าท่านอยู่ในเหตุการณ์ต่างๆในยุคนั้น คือเป็นคตินิมิต ในขณะใกล้ตาย สัญญาความจำที่ถูกกดทับแต่ยังฝังใจ มันออกมา ทำให้เราเห็นถึงความคับแค้นใจต่างๆ ในขณะที่ท่านอายุยังน้อย
อย่างไรก็ตามเรื่องของอาม่าถ้าจะเล่า คงต้องเล่าหลายวัน โดยสรุปในขณะป่วยระยะสุดท้าย อาม่าก็ยังสอนเราว่า ให้ทำดี เพราะคนทำดีต้องได้ดี
ก็ท่านจากไป 7 ปี แต่ก็ไม่มีความต่างอะไรเพราะท่านก็ยังอยู่ในใจเราเสมอมา ชีิวิตอาม่าให้แง่มุมให้จุดคิดหลายอย่างในการใช้ชีวิต ก็ด้วยผลบุญที่หลานคนนี้ได้ทำมาตลอดชีวิตขออุทิศให้กับอาม่าเซ็งจู แซ่ไหล ด้วยเทอญ

No comments:
Post a Comment