Sunday, September 01, 2013

งานถวายองค์พระประธานวัดสันติวงศาราม

ในวันนี้ข้าพเจ้าและลาสโลวขอนำบุญมาฝากเพื่อนๆพี่น้องชาวเฟซกันคะ วันนี้วันที่ 1 กันยายน 2556 ข้าพเจ้าและลาสโลวได้มีโอกาสไปร่วมงานทอดผ้าป่าซึ่งพี่ไก่ กีรติพงศ์ เป็นเจ้าภาพ และงานถวายพระประธานพระพุทธชินราชหน้าตัก 32 นิ้ว มาประดิษฐานที่ห้องสวดมนต์ใหม่วัดสันติวงศาราม
บรรยากาศในตอนเช้างานทอดผ้าป่าก็มีโรงทานมาร่วมบุญกันพี่น้องก็อิ่มหนำสำราญและทำพิธีถวายผ้าป่าในช่วงเช้านี้ ได้ปัจจัยรวมทั้งหมดประมาณ 14000 กว่าปอนด์ก็ขอร่วมอนุโมทนากับทุกท่านรวมทั้งเจ้าภาพด้วยคะ
ในตอนบ่ายเป็นพิธีถวายองค์พระประธาน ซึ่งข้าพเจ้าได้เคยเล่าสู่กันฟังถึงประวัติความเป็นมาขององค์พระพุทธชินราชองค์นี้ไปแล้วซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ก็ขอเล่าอีกครั้งท้าวความว่า ในครั้งหนึ่งที่ข้าพเจ้าได้เดินทางกลับไปปฏิบัติธรรมที่ร่มอารามสถานธรรม ข้าพเจ้าก็ได้เห็นองค์พระประธานในห้องปฏิบัติธรรมมีความงดงาม และองค์พระท่านดูมีความเมตตาด้วยรอยยิ้ม ซึ่งองค์พระนี้หาดูได้ในปฏิทินในปี 2553 ซึ่งข้าพเจ้ามีความประทับใจมาก และตอนนั้นคิดเล่นๆว่าหากว่ามีโอกาสก็อยากได้มีองค์พระแบบนี้มาประดิษฐาน ณ ประเทศอังกฤษให้คนได้กราบไหว้บูชา ณ เวลานั้น ทางวัดสันติวงศารามได้เริ่มโครงการขยับขยายพื้นที่ที่จะเพิ่มเนื้อที่เพื่อการปฏิบัติธรรมและศาสนกิจ เพราะอาคารวัดหลังที่ใช้อยู่ ณ ปัจจุบันเริ่มคับแคบในขณะที่ญาติโยมผู้มีจิตศรัทธามีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างไม่ขาดสาย นอกจากนี้ทางวัดยังมีกิจกรรม การปฏิบัติธรรมซึ่งเป็นกิจกรรมที่ญาติโยมให้ความสนใจเป็นอย่างมาก แต่ด้วยความจำกัดในพื้นที่ จึงต้องจำกัดจำนวนผู้ที่มาปฏิบัติธรรม ซึ่งบางคนมีความตั้งใจอยากมา แต่ต้องอกหักเพราะคอร์สเต็มแล้ว เพราะสถานที่ที่จะให้เดินจงกรม นั่งสมาธิ และที่พักนั้นไม่อำนวย
ในขณะนั้นข้าพเจ้าได้มีโอกาสช่วยเหลือทางวัดในการทำปฏิทินในปี 2553 และได้ฟังคำดำริของพระอาจารย์อ๊อดว่าอยากสร้างห้องสวดมนต์ใหม่ ข้าพเจ้าจึงเรียนพระอาจารย์อ๊อดท่านว่าถ้าหากพระอาจารย์ต้องการสร้างห้องสวดมนต์ ข้าพเจ้าและสามี (ลาสโลว) ขอเป็นเจ้าภาพพระประธาน ณ ห้องสวดมนต์ เพราะ พี่ชายของข้าพเจ้าเป็นเจ้าของโรงหล่อพระ และ ได้เป็นผู้หล่อพระประธานในสถานปฏิบัติธรรม ร่มอารามที่ข้าพเจ้ามีความประทับใจในองค์พระองค์นั้นเป็นอย่างมาก และในขณะนั้นก็ไม่ทราบว่าพระอาจารย์ต้องการพระพุทธรูปปางค์ไหนเป็นพิเศษ แต่คิดอยู่ในใจว่าถ้าท่านต้องการแบบไหน ข้าพเจ้าก็เต็มใจที่จะให้หล่อพระประธานขึ้นมาใหม่เพื่อความสวยงาม  เรื่ององค์พระก็ยังไม่เป็นจริงเป็นจังกันในขณะนั้นเพราะยังไม่ได้เริ่มงานอะไร
ในช่วงฤดูร้อน ปี 2554 ข้าพเจ้าได้เดินทางไป Coventry เพื่อไปติดต่อเรื่องการทำเวปไซด์และวีดีโอของบริษัท ข้าพเจ้าก็เลยชวนลาสโลว ว่าเรามากันทางใต้ประมาณนี้ ก็อยู่ไม่ไกลวัดสันติวงศาราม ประกอบกับลาสโลวยังไม่เคยมาที่วัดนี้ ก็เลยถือโอกาสเดินทางไปที่วัดและขอพักที่วัด 1 คืนเพราะไปถึงที่วัดก็เป็นเวลาเย็นมาก ขับรถเดินทางกลับก็จะไม่สะดวก ก็ได้รับความเมตตาจากพระอาจาย์ ให้เข้าพัก ณ ห้องเบอร์ 3  ในห้องเบอร์ 3 ที่วัดปัจจุบัน หากพี่น้องได้เคยเข้ามาพัก ในห้องนั้นจะมีรูปของพระพุทธชินราชองค์จริงอยู่ที่ผนัง ข้าพเจ้าและลาสโลวรู้สึกชอบมากเพราะสวยงาม แต่ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไร ก็ได้ร่วมทำวัตรเช้าและเย็นกับทางวัด ตลอดจนได้รับการดูแลจากคุณพี่ปิ๋วเป็นอย่างดีจนเดินทางกลับ
หลังจากนั้นไม่นาน ข้าพเจ้าก็ได้รับข่าวจากพระอาจารย์อ๊อดว่า อยากได้พระพุทธชินราชมาเป็นพระประธานที่ห้องสวดมนต์ ตอนนั้นก็ประมาณปลายปี 2554 ซึ่งข้าพเจ้าและลาสโลวได้เดินทางไปเมืองไทยประจำปีตอนปีใหม่ และพอดีปาป๊าและแม่ของข้าพเจ้าต้องเดินทางไปเสาชิงช้าเพื่อไปเช่าองค์พระปางค์ไสยาสน์ไปประดิษฐาน ข้าพเจ้าและลาสโลวก็ได้มีโอกาสได้เข้าชมองค์พระพุทธชินราชที่ร้านขายพระ แต่ก็ยังไม่ถูกใจ เพราะความปราณีตมันยังไม่ใช่อย่างที่ข้าพเจ้าต้องการ แต่เข้าไปชมขนาดดูก่อนจะได้กะประมาณได้ ข้าพเจ้าในใจอยากได้ประมาณ 40 นิ้วที่กะไว้  แต่ก็ต้องกลับมาปรึกษาพระอาจารย์อีกที ซึ่งคุณแม่ของข้าพเจ้าได้เกริ่นว่าไม่รู้ว่าพี่ชายของข้าพเจ้ามีองค์พระพุทธชินราชหรือเปล่า หรือถ้ายังไงอาจจะต้องหล่อใหม่หรือเปล่าเพราะที่ร้านไม่ค่อยสวยเลย
เมื่อข้าพเจ้ากลับมาที่อังกฤษ ปี 2555 ข้าพเจ้าก็อีเมลไปถามขนาดกับราคาขององค์พระที่ร้านเพื่อเก็บไว้เป็นข้อมูล ณ เวลานั้น คุณแม่ของข้าพเจ้าก็ได้มีโอกาสคุยกับพี่ชายของข้าพเจ้า ขอเรียกอาเฮียนะคะเพื่อความเป็นกันเอง อาเฮียบอกว่าเค้ามีพระพุทธชินราช ขนาดหน้าตัก 32 นิ้ว แม่ของข้าพเจ้าบอกอาเฮียว่าข้าพเจ้าอยากได้ 40 นิ้ว อาเฮียเค้าก็บอกว่า 32 ดีกว่า ร่างกายเรามีอาการ 32 และไม่อยากให้ข้าพเจ้าไปเช่าตามร้านขายพระเพราะเป็นร้านตลาดไม่มีความปราณีต แม่ของข้าพเจ้าก็บอกว่าจะลองคุยกับข้าพเจ้าดู ข้าพเจ้าก็ไม่รู้ว่าขนาด 32 นิ้วองค์พระจะใหญ่ขนาดไหน แต่อยากได้องค์ใหญ่ๆ ให้ห้องสวดมนต์ดูขลังๆ พอดีช่วงนั้นจะต้องกลับเมืองไทยไปปฏิบัติธรรม ก็เลยบอกอาเฮียว่าเดี๋ยวจะขอลองไปดูขนาดก่อนยังไม่ชัวร์
เมื่อข้าพเจ้าได้กลับเมืองไทย ตอนเดือนกันยายน ปี 2555 ข้าพเจ้าก็ได้แวะไปที่ร้านของอาเฮียที่อยู่ที่นนทบุรี แต่โรงงานอยู่ที่บางปะกอก ไปกับมาม๊า ก็ได้เห็นองค์พระองค์จริงแต่ท่านอยู่ในห่อพลาสติกอย่างที่พวกเราได้เห็นกันในวันนี้ ข้าพเจ้าดูขนาดก็น่าจะพอได้ พอดีพี่คนที่เฝ้าร้านก็บอกว่าองค๋พระพุทธชินราชนั้นหน้าตัก 32 นิ้วจริงแต่รวมฐานแล้วมากกว่า 32 นิ้ว ซึ่ง ณ ตอนนั้นองค์พระตั้งอยู่ข้างพระอีกองค์นึงซึ่งขนาดหน้าตัก 50 นิ้วดูใหญ่มากเกิน ข้าพเจ้าก็เลยปรึกษากับมาม๊าว่าเดี๋ยวลองถ่ายรูปส่งไปให้พระอาจารย์ดูก่อน แต่ก็ไม่ได้ส่งเพราะไปปฏิบัติธรรมแล้วคอมก็ไม่สามารถต่อกับกล้องได้ไม่ค่อยสะดวก แต่ก่อนกลับมาก็ได้โทรคุยกับอาเฮียว่าจะมาปรึกษาพระอาจารย์ก่อน และขอราคามาด้วย อาเฮียบอกว่าถ้าข้าพเจ้าอยากได้จะลดให้ราคาพิเศษ และองค์พระองค์นี้เป็นองค์ที่ถอดแบบออกมาจากพิมพ์ ซึ่งพิมพ์นี้มีคนมาจ้างหล่อแต่อาเฮียเห็นว่าพิมพ์สวยก็เลยหล่อเก็บเอาไว้ชื่นชมเอง แต่ถ้าใครสนใจก็ติดต่อขอเช่าได้ การหล่อเป็นหล่อแบบเหล็กหนากว่าปกติด้วย เฮียเค้าเอาไปตั้งที่ร้านไว้ประมาณ 2 ปีกว่าแล้ว มีคนมาดูๆ ขอต่อราคานิดๆ หน่อย แต่เฮียไม่ให้เช่าเพราะก็รู้สึกผูกพันและมีความรักในองค์พระองค์นี้ แต่ถ้าข้าพเจ้าอยากได้อาเฮียเต็มใจจะให้เช่า
เมื่อกลับมาที่อังกฤษแล้ว ได้นิมนต์พระอาจารย์มาที่เดอแรมเพื่อทำบุญประจำปี ตอนเดือนตุลาคม 2555 ได้เอารูปให้ท่านดู ก็เป็นรูปองค์พระห่อพลาสติก รายละเอียดไม่สามารถเห็นได้ พระอาจารย์อ๊อดท่านก็ว่า เอาองค์นี้เลยโยม ข้าพเจ้าก็รีบโทรไปบอกมาม๊าให้รีบบอกอาเฮียว่าขอจองอย่างด่วนเลย เอาองค์นี้แน่นอน หลังจากที่ข้าพเจ้าได้ฝากเรื่องมาม๊าไปบอกอาเฮีย วันถัดไปก็มีคนมาติดต่อขอเช่าองค์พระนี้ พี่ชายของข้าพเจ้าก็บอกว่าได้ให้เช่าไปแล้ว เค้าก็โวยวายว่าอะไรกันเค้าจะเอาทำไมไปให้คนอื่นเช่า แล้วก็มาอีกหลายรายที่เคยมาดูไว้ระหว่างสองปีที่องค์พระตั้งอยู่ที่หน้าร้าน
เมื่อได้ตกลงกันแล้วว่าขอเช่าพระพุทธชินราชองค์นี้ ปัญหาต่อไปก็คือเรื่องชิปปิ้ง ซึ่งข้าพเจ้ากังวลอยู่ ข้าพเจ้าก็รู้สึกมืดแปดด้านเพราะอยู่ที่อังกฤษจะทำอย่างไรดี ติดต่อใครดี ก็ปรึกษากับคุณพ่อ คุณพ่อของข้าพเจ้าก็รีบบอกว่า ไม่ต้องกังวล ป๊าเคยเกริ่นเรื่องนี้กับเพื่อนชื่อคุณอาชูชัย และคุณอาบอกว่าเรื่องชิปปิ้งเดี๋ยวคุณอาจะจัดการให้ ข้าพเจ้าก็รู้สึกโล่งอกว่าจะได้นำองค์พระมาที่นี่ได้อย่างไม่ขัดข้อง การนำองค์พระออกนอกประเทศก็ไม่ง่ายต้องไปทำเรื่องติดต่อกับกรมศิลปากร ทางวัดก็ได้ส่งเอกสาร และข้าพเจ้าก็ได้นำกลับไปเมืองไทยเพื่อที่จะนำไปให้คุณอาชูชัย


เมื่อได้กลับไปเมืองไทยตอนเริ่มปีใหม่ 2554 พี่ชายของข้าพเจ้าก็ได้นำองค์พระมาที่โรงงาน เพื่อทำการถ่ายรูปประกอบเอกสารส่งกรมศิลป์ ข้าพเจ้า คุณแม่ และลาสโลว ก็ได้เดินทางไปที่โรงงานของพี่ชายข้าพเจ้าเพื่อชำระเงิน และถ่ายรูป ข้าพเจ้าก็ได้เห็นองค์พระตอนแกะพลาสติกออก ท่านดูงดงามมาก เหมือนกับที่พี่น้องได้เห็นกันในวันนี้ สวยมาก ลาสโลวและคุณแม่ของข้าพเจ้า ก็รู้สึกประทับใจมาก ถ่ายรูปกัน ดูแล้วดูอีก เมื่อนำเอกสารไปให้คุณอาชูชัย เอารูปจริงให้คุณอาดู คุณอาเกิดความประทับใจในความสวยงามขององค์พระ ก็เลยขอร่วมบุญโดยไม่คิดค่าชิปปิ้งที่ดำเนินการในเมืองไทย ข้าพเจ้าจึงรับผิดชอบแค่ค่าเรือและค่าภาษีตอนออกของ  และการขออนุญาตทางกรมศิลปากร คุณอาชูชัยก็ได้จัดการทำให้อย่างเรียบร้อย
เมื่อข้าพเจ้ากลับมาอังกฤษ คุณพ่อกับคุณแม่ของข้าพเจ้าก็รับดำเนินเรื่องต่อ คือการแพ็คเข้าลังเพื่อส่ง คุณอานพภรณ์ เจ้าของโรงแพ็คลัง เมื่อเห็นองค์พระก็มีความศรัทธาและประทับใจในความสวยงามขององค์พระ ก็ขอร่วมบุญโดยไม่คิดมูลค่าการแพ็คลังและส่งขึ้นเรือ ซึ่งสถานการณ์เหล่านี้ ก็แสดงถึงความมีจิตศรัทธาของพุทธศาสนิกชน และตามที่ว่าเราคงมีบุญมาร่วมกัน
การเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลขององค์พระเริ่มเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2554 เดินทางมาถึงท่าเรือวันที่ 5-6 มีนาคม รอออกของและมาถึงวัดสันติวงศารามวันที่ 14 มีนาคม 2556 ในช่วงระหว่างที่ข้าพเจ้าได้กลับมาอังกฤษพระอาจารย์อ๊อดท่านบอกว่ามีคนอยากร่วมบุญองค์พระ ข้าพเจ้าก็รู้สึกดีใจและขออนุโมทนากับพี่น้องทุกท่านที่ได้รับข่าวและได้ร่วมส่งปัจจัยมาให้ซึ่งก็ได้ใช้ไปในการรับและขนส่งองค์พระมาที่วัดสันติวงศาราม ปัจจัยปัจจุบันเหลืออยู่ที่ 327.23 ปอนด์ ก็จะถวายให้กับทางวัด หรือหากท่านใดอยากจะร่วมบุญก็ยังติดต่อมาได้คะ
เมื่อองค์พระมาถึงก็ถูกแพ็คลังมาอย่างดี แต่ได้นำเก็บไว้ที่วัดปัจจุบันเพราะวิศวกรช่างก่อสร้างกังวลว่าอาจจะโดนขโมยไปได้เพราะขโมยชุกชม เข้ามาขโมยของหลายอย่างที่วัดใหม่ไปในขณะก่อสร้าง เมื่อช่วงเวลาประมาณเดิอนเมษาข้าพเจ้าและลาสโลวก็ได้เดินทางไปที่วัดสันติวงศารามเพื่อเยี่ยมชมดูว่าลังส่งมาเรียบร้อยหรือไม่ และพอดีวันนั้นพี่จีและน้องแอ๋วได้จัดงานทอดผ้าป่า ในตอนบ่ายพระอาจารย์ท่านก็เลยให้ตัดลังเปิดดูองค์พระเพื่อให้ญาติโยมได้ชมกันว่าองค์พระประธานมีลักษณะความงดงามเป็นอย่างไร ก็ตัดลังให้เห็นบางส่วน แต่องค์พระก็ถูกห่ออย่างแน่นหนาด้วยพลาสติก และถูกเก็บไว้ในลังเป็นอย่างดีเพื่อความสะดวกในการขนย้าย
ตลอดเวลา จากวันที่ 14 มีนาคม 2556 จนถึงวันนี้ 1 กันยายน 2556 เวลาเที่ยงวัน ก็ยังไม่มีใครที่อังกฤษได้เห็นองค์พระองค์จริงๆ ซักที ที่พระอาจารย์ทุกรูปได้เห็น หรือพี่น้องที่อยู่ช่วยงาน ตลอดจนช่างได้เห็น ก็คือองค์พระที่ถูกหุ้มด้วยพลาสติก หรือเคยเห็นจากรูปถ่าย  ความงดงามขององค์พระในห่อพลาสติกก็ยังเป็นที่ปรากฏว่ามีความละเอียดพิจิตรบรรจงและพิถีพิถันเป็นอย่างมาก แต่ก็ยังไม่มีใครได้เห็นผ่านห่อพลาสติก  ก่อนถึงวันงานพระอาจารย์อ๊อดก็ได้ทำฐานพระด้วยท่านเองด้วยไม้เก่าจากตึกอายุ 180 ปี และได้นำองค์พระขึ้นประดิษฐานบนแท่น ซึ่งขนาดขององค์พระช่างเหมาะพอดีกับห้องสวดมนต์ ได้เป็นอย่างดี หน้าตัก 32 นิ้วขององค์พระบวกฐานไม่ใหญ่ไม่เล็กจนเกินไป กลมกลืนสวยงามเป็นอย่างมาก

ในวันนี้วันที่ 1 กันยายน 2556 พระอาจารย์ท่านได้เมตตาให้ข้าพเจ้าและลาสโลว นำกล่าวคำถวายองค์พระแด่วัดสันติวงศาราม ในการกล่าวถวายนั้นข้าพเจ้ามีความซาบซึ้งเป็นอย่างมาก แทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ มันรู้สึกปลาบปลื้ม และดีใจที่ได้ทำงานนี้สำเร็จ โดยการนิมนต์พระพุทธชินราชอันงดงามและเป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทยข้ามน้ำข้ามทะเลมาประดิษฐาน ณ ที่แห่งนี้  และข้าพเจ้ามีชีวิตอยู่รอดมาได้ถึงปีนี้ ซึ่งจะเป็นปีที่ 40 ในสองอาทิตย์ข้างหน้านี้  และได้มีโอกาสทำงานสืบสานพระพุทธศาสนา และนำพาได้มีโอกาสนำพาลาสโลวซี่งเป็นชาวฮํงการี นับถือศาสนาคริสต์มาร่วมถวายองค์พระ และสามารถนำองค์พระมาให้พี่น้องชาวไทยผู้ศรัทธาในพระพุทธศาสนามากราบสักการะ และร่วมยินดีกับองค์พระนี้ บางจุดของการกล่าวคำถวายพี่น้องบางท่านก็จะได้ยินเสียงข้าพเจ้าไม่คงที่ เพราะต้องกลั้นน้ำตาแห่งความปีติในครั้งนี้ ตลอดทั้งข้าพเจ้ารู้สึกระลึกถึงบุญคุณของปาป๊า, แม่, ครูบาอาจารย์ทุกท่านในได้อบรมสั่งสอนข้าพเจ้าทั้งทางโลกและทางธรรม ตลอดทั้งบุญคุณของสัมมาอาชีพของข้าพเจ้าและลาสโลวก็คือการขายซอลไปท์ ลูกค้าทุกคนที่ซื้อของข้าพเจ้าทั้งรายย่อย

รายใหญ่ ข้าพเจ้ามีความรำลึกถึงบุญคุณของท่านเหล่านั้น หากไม่ได้ท่านเหล่านี้สนับสนุนสินค้าของข้าพเจ้า ก็คงจะไม่มีวันนี้อย่างเด็ดขาด และนักเรียนฟันดาบที่เสียเงินเสียทองมาร่ำเรียนกับข้าพเจ้าและลาสโลว บุญคุณของแผ่นดินนี้ เจ้าของประเทศนี้ที่ได้มาให้อยู่อาศัยทำกิน ต่างๆ นานพรั่งพรูมา แต่ว่าก็ต้องตั้งสติ เพราะต้องกล่าวนำให้เสร็จสมบูรณ์ ซึ่งข้าพเจ้าก็ได้ยินเสียงพี่ๆบางคนร้องไห้ด้วยความปีติ ยินดี กับการถวายองค์พระนี้ หลังจากนั้นพระอาจารย์ท่านสวดบทกรวดน้ำและชยันโต และให้ข้าพเจ้ากับลาสโลวแกะพลาสติกที่ห่อองค์พระออก
นี่ก็เป็นครั้งแรกของพระอาจารย์ทุกรูป และพี่น้องชาวพุทธศาสนิกชนที่วัดสันติวงศารามได้เห็นพระพุทธรูปองค์จริงว่ามีความงดงามเป็นอย่างมาก องค์พระพักต์ท่านเปี่ยมด้วยรอยยิ้มเมตตา ซึ่งข้าพเจ้ารู้สึกดีใจที่เห็นพี่ๆน้องๆทุกท่านมีความสุข หน้าเปื้อนยิ้มกันทุกคน ได้ถ่ายรูปกับองค์พระด้วยความสุข
แต่งานองค์พระยังไม่สำเร็จ 100 เปอร์เซนต์เพราะยังเหลืองานปิดทองที่จะมีขึ้นภายในเดือนนี้ ซึ่งอาเฮียและพี่สะใภ้ของข้าพเจ้าจะมาดำเนินการปิดทององค์พระ เจ้าของโรงงานมาเอง ก็ต้องลุ้นวีซ่าว่าให้ได้ก่อนวันที่ 10 กันยายน เพราะตั๋วจองไว้เรียบร้อยแล้ว หลังจากปิดทององค์พระ องค์ท่านก็จะดูสง่างามเปล่งปลั่ง ให้พุทธศาสนิกชนได้ปลาบปลื้มกันอีกครั้งคะ
 

 

ก็ขออาราธนาผลบุญในครั้งนี้ ถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า และพระสังฆเจ้าทุกรูปทุกองค์ และขอถวายบุญกุศลในครั้งนี้แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าแผ่นดินทุกรัชกาลของสยามประเทศ, พระจุลจอมเกล้า (เสด็จพ่อรัชกาลที่ 5) และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 นอกจากนี้ขอถวายบุญกุศลในครั้งนี้ให้กับประเทศอังกฤษที่เราได้มาอยู่อาศัย สมเด็จพระราชินีอลิซาเบ็ธและพระบรมวงศานุวงศ์ ทุกท่าน และวิญญาณบูรพกษัตริย์และบรรพบุรุษของประเทศนี้ และขอส่งผลบุญนี้แด่ดวงวิญญาณและเทวดาอารักษ์ของอาคารสถานที่แห่งนี้ที่ได้เป็นสถานที่ให้ผู้คนได้พบทางพ้นทุกข๋ และขอส่งผลบุญนี้ให้แด่หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม พระอาจารย์ใหญ่ของข้าพเจ้าที่ทำให้ข้าพเจ้าได้เข้าเดินทางในกระแสธรรม และคุณพ่อ คุณแม่ คุณปู่ คุณย่า และญาติพี่น้องทั้งหลายของข้าพเจ้าและลาสโลว
ขอผลกุศลเหล่านี้จงสำเร็จแด่พี่น้องพุทธศาสนิกชนทุกท่าน ขอให้ท่านมีความสุข มีความสำเร็จในหน้าที่การงาน และมีความเจริญในธรรมได้มีโอกาสเข้าสู่กระแสนิพพานกันทุกท่าน ด้วยเทอญ
ข้าพเจ้าและลาสโลวขอกราบในความเมตตาของพระอาจารย์ทุกท่านที่ได้ให้โอกาสในการสืบสานพระพุทธศาสนาในครั้งนี้เจ้าคะ
อรหัง สัมมา สัมพุทโธ ภควา    พุทธัง ภควันตัง อภิวาเทมิ      (กราบ)
สวากขาโต ภควตา ธัมโม ธัมมัง นะมสามิ (กราบ)

สุปฏิปันโน ภควโตสาวกสังโฆ สังฆัง นะมามิ (กราบ)

No comments: