พรุ่งนี้ก็เป็นวันวาเลนไทน์ที่เป็นวันอุปโลกว่าเป็นวันแห่งความรัก ซึ่งวันแห่งความรัก ก็ควรจะเป็นทุกวัน มิใช่เฉพาะเจาะจงว่าเป็นวันใดวันหนึ่ง มนุษย์ทุกคนอยู่ด้วยความรักและความเมตตาชีวิตจึงจะมีความสันติสุข ไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกัน ความรักคืออะไร ถ้าความรักทางโลกก็อาจจะเป็นการยึดเอาสิ่งใดหรือบุคคลใดมาเป็นภาระทางใจ มีความคาดหวังซึ่งกันและกัน หากมีการสูญเสียหรือจากไปก็จะเป็นทุกข์ จะถามว่ามนุษย์รักใครมากที่สุด คำตอบก็คือตัวเอง รักตัวเองกลัวตัวเองผิดหวัง กลัวตัวเองถูกตำหนิ หรือกลัวที่จะต้องเผชิญกับสิ่งที่ไม่เป็นอย่างที่ต้องการ ดังนั้นรักทางโลกก็คือทุกข์นั่นเอง แต่รักทางธรรมคือพรหมวิหาร 4 ที่เป็นธรรมอันประเสริฐ คือเมตตา ปรารถนาให้ผู้อื่นมีความสุข กรุณา ทำให้ผู้นั้นมีความสุข มุทิตตา ยินดีเมื่อผู้นั้นมีความสุข และ อุเบกขา คือวางใจเป็นกลางเมื่อผู้นั้นยังอยู่ในความทุกข์ รักทางธรรมนั้นลึกซึ้งไม่คาดหวังเพราะหากมันไม่เป็นไปในสิ่งที่เราหวังเราก็สามารถวางใจให้เป็นกลางไม่ทุกข์ไปได้
ความรักนั้นก็ไม่ได้หมายถึงความรักฉันท์ชายหญิงเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีความรักของพ่อแม่พี่น้อง เพื่อนๆ ซึ่งมีต่อกันและกันได้อีก ดังนั้นสิ่งที่เราควรจะทำในวันแห่งความรักคือระลึกถึงความรัก ความเมตตาของคนรอบๆข้าง แม้แต่ศัตรูของเรา มีเมตตาต่อเขาให้ความรักกับเขา นี่คือความรักอย่างแท้จริงไม่มีเงื่อนไขว่าต้องเป็นคนที่เราชอบเพียงอย่างเดียว คนที่เราไม่ชอบเราก็แบ่งความรักให้กับเขาก็ได้ เมื่อเราแบ่งความรักให้เขา เขาก็จะเริ่มพิจารณาและเปลี่ยนแปลงทัศนคติ
จริงๆ ทางโลกเค้าน่าจะประกาศห้ามมีการสู้รบ ฆ่ากันในวันวาเลนไทน์มากกว่า คือเอาเป็นว่าเอาให้ทั่วโลกในวันนี้มีศีลข้อ 1 อย่างเคร่งครัด แต่ในเมื่อวันแห่งความรักยังการฆ่ากันในสงครามอันไร้เหตุผล ยังมีการวางระเบิด ยังมีการสังหารกัน ประหัตรประหารกัน วันวาเลนไทน์ก็ไม่ได้มีความหมายอะไรนอกเสียจากเป็นวันธรรมดาที่ยังมีการเบียดเบียนกันเหมือนทุกวันเช่นเดิม
สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดก็คือสวดมนต์แผ่เมตตาต่อสรรพสัตว์
สัพเพสัตตา สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์เกิดแก่เจ็บตายด้วยกันทั้งหมดสิ้น
อเวรา จงเป็นสุขเป็นสุขเถิดอย่าได้มีเวรซึ่งกันและกันเลย
อัพยาปัชฌา จงเป็นสุขเป็นสุขเถิดอย่าได้พยาบาทเบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย
อนีฆา จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลย
สุขีอัตตานัง ปะริหะรันตุ จงมีความสุขกายสุขใจรักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเทอญ
No comments:
Post a Comment